简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเป็นวันที่สองตามสหรัฐฯ และอิหร่านที่ใช้ความรุนแรงหนักขึ้น
บทคัดย่อ:ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อในวันอังคาร หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลถึงปัญหาการขนส่งน้ำมันมากขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับสูงขึ้น 1.1% สู่ระดับ $91.60 ต่อบ

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อในวันอังคาร หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลถึงปัญหาการขนส่งน้ำมันมากขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับสูงขึ้น 1.1% สู่ระดับ $91.60 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ก็สูงขึ้น 1.5% เป็น $87.23 และการปรับตัวขึ้นครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะมีการโจมตีใส่อิหร่านต่ออีก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความกังวลถึงปัญหาการขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้นไม่หยุด
ด้านหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในช่วงทรงตัวเป็นส่วนใหญ่ในช่วงต้นวันอังคาร หลังร่วงแรงในช่วงซื้อขายสุดท้ายของเดือนสิงหาคม เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้ดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นไปตามๆ กัน
ด้านตลาดเอเชียโชว์ผลงานไม่เหมือนกันในวันนี้ โดยตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ค่อนข้างซบเซา ส่วนตลาดฮ่องกงและจีนก็ปรับตัวลง
ด้านทองคำยังเผชิญปัญหาอยู่แถวแนวรับที่ $4,400 หลังดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ มีค่าสูงขึ้น โดยตลาดเพิ่มโอกาสขึ้นอย่างหนักว่า Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายน และในขณะนี้ CME FedWatch ได้ประเมินโอกาสไว้ที่ราว 66% เพิ่มขึ้นจาก 39% เมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงปัญหาที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังช่วยหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้ทองคำเผชิญปัญหาหนักขึ้น แม้จะเป็นที่ต้องการในช่วงสงครามเช่นกัน
ส่วนทางนักลงทุนก็ได้หันมาให้ความสนใจกับตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้แก่ข้อมูลจาก JOLTS และดัชนีการจ้างงานภาคการผลิตของ ISM ที่จะประกาศในวันอังคาร รวมถึงตัวเลขการจ้างงาน ADP ในวันพุธ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในวันศุกร์ ซึ่งถ้าข้อมูลเหล่านี้ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ก็อาจตอกย้ำโอกาสให้ Fed ดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มปัญหาให้กับทองคำไปพร้อมกัน แต่ถ้าออกมาอ่อนแอ ก็อาจทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง พร้อมเปิดทางให้ทองคำฟื้นตัวขึ้นได้
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ










