简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
Dow Jones และ S&P 500 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ หลังช่องแคบฮอร์มุซเริ่มมีหวังกลับมาเปิดใช้งาน
บทคัดย่อ:ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในเช้าวันพุธต่อจากวันอังคารที่ดันให้ SP 500 ทะลุระดับ 7,700 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วน Dow Jones ก็พุ่งขึ้นกว่า 900 จุดจนปิดที่ระดับสูงสุดอีกครั้งเช่นกัน ส่วนวันพุธ

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในเช้าวันพุธต่อจากวันอังคารที่ดันให้ S&P 500 ทะลุระดับ 7,700 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วน Dow Jones ก็พุ่งขึ้นกว่า 900 จุดจนปิดที่ระดับสูงสุดอีกครั้งเช่นกัน ส่วนวันพุธ Dow Jones ก็ปรับขึ้นอีก 195 จุด ขณะที่ S&P 500 ก็เพิ่มขึ้นอีก 0.3% ส่วน Nasdaq-100 ขยับขึ้นมากกว่า 0.1%
โดยการทะยานขึ้นในวันอังคารนั้นได้รับอิทธิพลมาจากผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่ออกมาแข็งแกร่ง รวมถึงคำแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ อย่าง สก็อตต์ เบสเซนต์ ที่ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนัก โดยหุ้น Caterpillar พุ่งขึ้นมากกว่า 5% หลังผลประกอบการรายไตรมาสจากการลงทุนใน AI ออกมาอย่างแข็งแกร่ง ส่วน Palantir ก็ทะยานเกือบ 30% เช่นกัน
ด้านตลาดเอเชียส่วนใหญ่ก็ปรับตัวขึ้นไม่ต่างกัน โดย Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 4% ขณะที่ Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 3% ส่วน Topix และ ASX 200 ต่างปรับตัวขึ้นเช่นกัน แต่ Hang Seng ของฮ่องกงปรับตัวลงเล็กน้อย และ CSI 300 ของจีนอยู่ในช่วงทรงตัว
ด้าน SpaceX กลับร่วงลงเกือบ 7% ในช่วงนอกเวลาซื้อขาย เนื่องจาก Capex ของบริษัทในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเป็น 18,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน AMD ก็ร่วงถึง 8% แม้ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าที่คาดไว้ แต่ก็ยังไม่พอต่อความคาดหวังของตลาดอยู่ดี
ในช่วงนี้ นักลงทุนยังต้องจับตารายงานคาดการณ์จำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรของหน่วยงาน ADP อย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 68,000 ตำแหน่ง รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Services PMI) และดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบัน ISM (ISM Non-Manufacturing PMI) ประจำเดือนกรกฎาคมเช่นกัน
ด้านตลาดฟอเร็กซ์ เยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ 157.40 เยนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันพุธท่ามกลางสายตาของนักลงทุนที่จับจ้องว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดต่อหรือไม่
ด้านทองคำก็ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยพุ่งจากระดับ $4,020 ทะลุ $4,100 ได้อีกครั้งตามราคาน้ำมันที่ร่วงลง และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงตามข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาไม่ดีและสินทรัพย์เสี่ยงที่มีการกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้น ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยดันราคาทองคำขึ้นเช่นกัน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ










