简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
หุ้นเผชิญแรงขายหนัก หลัง Fed ส่งสัญญาณไม่ชัดเจน
บทคัดย่อ:ตลาดหุ้นฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดีตามนักลงทุนที่ได้ประเมินสถานการณ์ใหม่ ทั้งผลประกอบการล่าสุดของบริษัทเทคฯ ใหญ่ๆ การคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed และความตึงเครียดที่กลับมาปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดีตามนักลงทุนที่ได้ประเมินสถานการณ์ใหม่ ทั้งผลประกอบการล่าสุดของบริษัทเทคฯ ใหญ่ๆ การคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed และความตึงเครียดที่กลับมาปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง โดย Dow Jones ปรับตัวขึ้น 0.07% ส่วน S&P 500 และ Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.21% และ 0.50% ตามลำดับ
โดยการฟื้นตัวของดัชนีต่างๆ เกิดขึ้นหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า ซึ่งเป็นเหตุให้ Dow Jones ร่วงลงถึง 2.2% ถือเป็นการปรับตัวลงที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 ส่วน S&P 500 ลดลง 1.5% และ Nasdaq ก็ปรับตัวลงเช่นกันที่ 1.7%
ด้านตลาดหุ้นเอเชียโชว์ผลงานไม่เหมือนกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดของแต่ละประเทศ โดย Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 0.7% ขณะที่ KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 0.9% และ ASX 200 ของออสเตรเลียอ่อนตัวลง 0.8%
ด้านนักลงทุนได้แสดงออกถึงผลประกอบการที่ออกมาแตกต่างกันของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทันที ส่งผลให้ Microsoft พุ่งขึ้นถึง 8% ในช่วงหลังเวลาทำการตามรายงานการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจคลาวด์ Azure ขณะที่ Meta ร่วงลงถึง 7% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยผลประกอบการของบริษัทแต่ละแห่งต่างสะท้อนให้เห็นว่าแผนการลงทุนใน AI เริ่มสร้างผลลัพธ์ทางการเงินที่แตกต่างกันมากขึ้น
ขณะเดียวกัน Fed ก็ยังมีมติรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม แต่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามนักลงทุนที่ประเมินถึงแนวโน้มในการดำเนินนโยบายใหม่ โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีปรับขึ้นเหนือระดับ 5.2% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่จะใกล้จะประกาศก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินว่า Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยไปในทิศทางไหนในเดือนกันยายน
ขณะนี้ นักลงทุนต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ใกล้จะประกาศออกมา ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีเงินเฟ้อ PCE ประจำเดือนมิถุนายน และการประมาณการ GDP ของสหรัฐฯ ในไตรมาส 2
ด้านทองคำยังคงเผชิญปัญหาต่อในวันพฤหัสหลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ $4,100 ได้ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาแข็งค่าขึ้น และนักลงทุนยังให้โอกาสสูงที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกครั้งภายในปีนี้
ส่วนสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งการใช้ความรุนแรง และปัญหาในการขนส่งพลังงานผ่านเส้นทางสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซที่ดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้เกิดความกังวลว่าปัญหาเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นอีกก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเชื่อมั่นของตลาดต่อไป
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
Axi
EC markets
FOREX.com
Tickmill
STARTRADER
eightcap
Axi
EC markets
FOREX.com
Tickmill
STARTRADER
eightcap










