简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
หุ้นฟื้นตัวตามราคาน้ำมันที่ลดลง ก่อนผลการประชุมของ Fed และผลประกอบการของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่จะประกาศ
บทคัดย่อ:ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านพักรบกันชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงแรง โดยดัชนี SP 500 ปรับขึ้น 0.7% ส่วน Nasdaq 100 ดีดขึ้น 1.1% ด้านตลาดเอเชียโชว์ผลงานดีและแย่ผสมกัน โ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านพักรบกันชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงแรง โดยดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.7% ส่วน Nasdaq 100 ดีดขึ้น 1.1% ด้านตลาดเอเชียโชว์ผลงานดีและแย่ผสมกัน โดย Nikkei ของญี่ปุ่นขยับขึ้น 0.1% ส่วน KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 1.1% ขณะที่ดัชนี MSCI ของเอเชียที่ไม่รวมญั่ปุ่นแทบจะทรงตัวใกล้ระดับเดิม
ด้านน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลง 5.2% สู่ $91.73 ต่อบาร์เรลหลังอิหร่านประกาศว่าจะหยุดการโจมตี หากสหรัฐฯ ทำแบบเดียวกัน โดยการร่วงลงครั้งนี้ส่งผลให้ปัญหาเรื่องของน้ำมันคลี่คลายลงได้ แม้กลุ่มกบฏฮูตีจะเริ่มเปิดฉากโจมตีฐานน้ำมันของซาอุดีอาระเบียบริเวณชายฝั่งทะเลแดงแล้ว สะท้อนว่าปัญหาของเส้นทางขนส่งน้ำมันยังคงดำเนินต่อไป
โดยราคาน้ำมันที่ร่วงลงส่งผลให้ผลตอบแทน Bond Yield อายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ลดลง 0.4% สู่ระดับ 4.63% อีกทั้งยังกดให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอีกด้วย ส่วนตลาดก็ได้ลดโอกาสลงเล็กน้อยที่ Fed จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น แม้ว่านักลงทุนยังคงให้โอกาสถึง 1 ใน 3 ที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกในการประชุมสัปดาห์นี้ โดยผลการประชุมในวันพุธยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ด้านทองคำปรับตัวขึ้นตามการร่วงลงของราคาน้ำมันที่ช่วยลดปัญหาเงินเฟ้อ ส่วนดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงก็ทำให้ทองคำเป็นที่ต้องการมากขึ้น โดยราคาทองคำดีดขึ้นราว 1% มาอยู่ใกล้ $4,088 ซึ่งทิศทางของทองคำในระยะนี้ยังขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ด้านแร่เงินพุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ $60.00 หลังก่อนหน้านี้โชว์ผลงานได้ไม่ดีนัก เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ดันราคาน้ำมัน และปัญหาเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายผลตอบแทนใดๆ อย่างโลหะมีค่าให้เผชิญปัญหาโดยตรง อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลง อัตราดอกเบี้ยก็ดูจะกลับมาเข้าทางการลงทุนในโลหะมีค่ามากขึ้น โดยนักลงทุนยังต้องจับตาผลการประชุมของ Fed ในวันพุธนี้ต่อไป ซึ่งก็คาดว่าจะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยใดๆ
ด้านผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดในสัปดาห์นี้ โดยจะมี Microsoft, Meta, Amazon, Apple และ Qualcomm ที่เตรียมรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ แต่ทั้งนี้ หลังตลาดแสดงความกังวลถึงภาระต้นทุนจากการลงทุนใน AI ไปไม่นาน ความคาดหวังในเรื่องของการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ การใช้เงินลงทุน อัตราทำกำไร และกระแสเงินสดอิสระยังถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาต่อไปเพื่อประเมินว่าการลงทุนใน AI ยังคงสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวหรือไม่ โดย Microsoft ได้วางกำหนดประกาศไว้หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันพุธ
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
TMGM
SBCFX
VT Markets
FOREX.com
AVATRADE
Tickmill
TMGM
SBCFX
VT Markets
FOREX.com
AVATRADE
Tickmill










