简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
บาทอ่อน 33.35 ด่าน 33.50 เสี่ยงแตกหรือไม่?
บทคัดย่อ:เงินบาทเข้าใกล้ด่าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเข้าใกล้ด่าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทเปิดตลาดวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ 33.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากช่วงปิดตลาดปลายสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางแรงซื้อดอลลาร์ ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
การอ่อนค่าครั้งนี้ยังไม่ใช่การเคลื่อนไหวรุนแรง แต่เงินบาทกำลังเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ หากผ่านระดับดังกล่าวได้ ตลาดอาจเปิดทางไปสู่โซน 33.75 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ทิศทางยังสามารถกลับตัวได้เร็ว หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง หรือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด จนทำให้ตลาดลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ทำไมบางแหล่งรายงาน 33.35 บางแหล่ง 33.38
ประชาชาติธุรกิจรายงานว่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.35 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่บทวิเคราะห์ของ Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุระดับเปิดเช้าที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 33.31 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธนาคารแห่งประเทศไทยประจำวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 33.318 บาทต่อดอลลาร์
ตัวเลขที่ต่างกันเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่าแหล่งข่าวขัดแย้งกัน ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามช่วงที่บันทึกราคา แหล่งข้อมูล และราคาซื้อขายของแต่ละธนาคาร
ผู้ประกอบการจึงไม่ควรยึดตัวเลขพาดหัวเป็นอัตราที่จะได้รับจริงจากธนาคาร เพราะอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับลูกค้ายังมีส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย รวมถึงค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการ
ตะวันออกกลางดันน้ำมัน ดอลลาร์ได้แรง
เงินบาทเริ่มอ่อนค่าตั้งแต่คืนวันศุกร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 33.25 ถึง 33.40 บาทต่อดอลลาร์
แรงกดดันหลักมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้น ความไม่แน่นอนดังกล่าวผลักดันราคาน้ำมันดิบและเพิ่มความต้องการถือเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง
ไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงาน เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ความต้องการซื้อเงินดอลลาร์เพื่อชำระค่านำเข้ามีแนวโน้มสูงขึ้น ปัจจัยนี้จึงสามารถกดดันเงินบาทได้ แม้ประเทศไทยยังมีรายรับจากการส่งออกและการท่องเที่ยว
ราคาทองคำที่ปรับตัวลงก็เป็นอีกแรงกดดันต่อเงินบาท เพราะการซื้อขายทองคำของนักลงทุนไทยมักสร้างกระแสเงินดอลลาร์ระยะสั้น เมื่อราคาทองเคลื่อนไหวแรง เงินบาทอาจผันผวนเร็วกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค
ด่าน 33.50 กลายเป็นจุดตัดสิน
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบเงินบาทวันที่ 13 กรกฎาคมไว้ที่ 33.25 ถึง 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบรายสัปดาห์อยู่ที่ 33.00 ถึง 33.75 บาทต่อดอลลาร์
ระดับ 33.50 จึงเป็นแนวต้านสำคัญในระยะสั้น หากเงินบาทไม่สามารถผ่านได้ อาจมีแรงขายดอลลาร์จากผู้ส่งออกหรือผู้ที่รอปิดความเสี่ยงเข้ามาช่วยชะลอการอ่อนค่า
แต่หากเงินบาททะลุ 33.50 อย่างชัดเจนและยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ โอกาสทดสอบ 33.75 จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันยังสูง เงินดอลลาร์แข็งค่า และเงินทุนต่างชาติไหลออกจากสินทรัพย์ไทยพร้อมกัน
ในอีกด้านหนึ่ง แนวรับระยะสั้นอยู่แถว 33.20 บาทต่อดอลลาร์ ถัดไปคือ 33.00 บาท การกลับมาแข็งค่าผ่านแนวรับเหล่านี้ต้องอาศัยปัจจัยใหม่ เช่น ความขัดแย้งคลี่คลาย เงินดอลลาร์อ่อน หรือข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ย
เงินเฟ้อสหรัฐอาจพลิกทิศบาท
ตลาดกำลังจับตาดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ ข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
บทวิเคราะห์ของกรุงไทยระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 61 เปอร์เซ็นต์ต่อโอกาสที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยสองครั้งภายในปี 2569 หลังราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อกลับมาเพิ่มขึ้น
หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและเงินดอลลาร์อาจปรับขึ้นต่อ ภาพดังกล่าวจะเพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาท
แต่หากเงินเฟ้อชะลอลง ตลาดอาจลดการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่า และเงินบาทอาจแข็งกลับได้เร็ว นี่คือเหตุผลที่นักวิเคราะห์มองว่าเงินบาทมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง
ผู้นำเข้าเริ่มเจอต้นทุนเพิ่ม
เงินบาทอ่อนทำให้ผู้นำเข้าสินค้า วัตถุดิบ เครื่องจักร และพลังงานต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการซื้อดอลลาร์ หากธุรกิจไม่มีการป้องกันความเสี่ยง ต้นทุนอาจเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อถึงวันชำระเงิน
ผู้ประกอบการที่มีหนี้เป็นดอลลาร์ก็ต้องระวัง เพราะมูลค่าหนี้เมื่อคิดเป็นเงินบาทจะเพิ่มขึ้นตามการอ่อนค่าของสกุลเงินไทย
ในทางกลับกัน ผู้ส่งออกที่รับรายได้เป็นดอลลาร์อาจได้ประโยชน์เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาท อย่างไรก็ตาม ประโยชน์จะลดลงหากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน
ภาคท่องเที่ยวอาจได้แรงหนุนบางส่วน เพราะเงินบาทอ่อนทำให้ค่าใช้จ่ายในไทยดูถูกลงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ผลบวกจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เดินทาง ค่าใช้จ่ายต่อคน และสถานการณ์ความปลอดภัยระหว่างประเทศ
เทรดเดอร์ไม่ควรไล่ราคา
การเห็น USD/THB เข้าใกล้ 33.50 อาจทำให้เทรดเดอร์รีบเปิดสถานะตามแนวโน้ม แต่ระดับดังกล่าวเป็นทั้งแนวต้านและจุดที่ผู้ส่งออกอาจเริ่มขายดอลลาร์
หากเปิดสถานะซื้อดอลลาร์ใกล้แนวต้านโดยไม่มีแผนตัดขาดทุน ความเสียหายอาจเกิดขึ้นเร็วเมื่อข่าวตะวันออกกลางเปลี่ยนทิศ หรือข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด
ผู้ที่มีภาระรับหรือจ่ายเงินต่างประเทศควรเน้นบริหารความเสี่ยงมากกว่าคาดเดาทิศทางเพียงด้านเดียว การทยอยแลกเงิน การใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือออปชัน สามารถช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนได้ แต่ต้องพิจารณาต้นทุนและเงื่อนไขของแต่ละเครื่องมือ
ในระยะสั้น ด่าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์คือระดับที่ต้องติดตาม หากเงินบาทผ่านได้ ความเสี่ยงอ่อนค่าจะเพิ่มขึ้น แต่หากเงินดอลลาร์สูญเสียแรงหนุน บาทก็มีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้เช่นกัน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
AVATRADE
EC markets
FXCM
pepperstone
D prime
IC Markets Global
AVATRADE
EC markets
FXCM
pepperstone
D prime
IC Markets Global
