简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ก.ล.ต. จับมือ ปปง. ธปท. และ CIB ยกระดับสกัดฟอกเงินผ่านคริปโต นักเทรดต้องจับตาอะไรบ้าง?
บทคัดย่อ:หน่วยงานการเงินและความมั่นคงของไทย นำโดย ก.ล.ต., ปปง., ธปท. และ CIB เตรียมยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมคริปโต เพื่อป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมไซเบอร์ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมระหว่างหน่วยงานให้เข้มข้นมากขึ้น หลังที่ผ่านมาไทยเริ่มใช้มาตรการ Travel Rule และเดินหน้าปราบปรามทุนเทาอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบสำคัญคือ Exchange และนักเทรดจะต้องเผชิญกับระบบ KYC และการตรวจสอบเส้นทางเงินที่ละเอียดกว่าเดิม แม้อาจเพิ่มความยุ่งยากในการใช้งาน แต่ก็ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้ตลาดคริปโตไทยในระยะยาว

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยกำลังเข้าสู่ยุค “กำกับเข้ม” อย่างจริงจัง หลังหน่วยงานการเงินและความมั่นคงของประเทศประกาศผนึกกำลังตรวจสอบธุรกรรมคริปโตที่เข้าข่ายฟอกเงินและอาชญากรรมไซเบอร์
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ACSC) ภายใต้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้จัดประชุมร่วมกันเพื่อยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการควบคุมตลาดคริปโตไทย และอาจส่งผลโดยตรงต่อทั้งผู้ให้บริการ Exchange รวมถึงนักลงทุนและนักเทรดในประเทศ
เป้าหมายหลัก: ป้องกันคริปโตถูกใช้ฟอกเงิน
ในการประชุมครั้งนี้ หน่วยงานทั้งหมดมีเป้าหมายร่วมกันคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามธุรกรรมผิดปกติ และป้องกันไม่ให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินหรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมได้รวดเร็วขึ้น ทำให้การตรวจสอบและสกัดกั้นเส้นทางการเงินผิดกฎหมายมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่แต่ละหน่วยงานอาจตรวจสอบกันแยกส่วน ต่อจากนี้ข้อมูลทางการเงินและธุรกรรมคริปโตจะถูกเชื่อมเข้าหากันมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ไทยเริ่ม “ขันนอต” ตลาดคริปโตมาแล้ว
ความร่วมมือรอบล่าสุดไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นการต่อยอดจากมาตรการที่เริ่มใช้มาต่อเนื่องตลอดปี 2569
ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม ก.ล.ต. และ ปปง. ได้ผลักดันมาตรการ “Travel Rule” ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเก็บและส่งข้อมูลธุรกรรมการโอนคริปโต เพื่อช่วยติดตามเส้นทางเงินได้ละเอียดขึ้น
ต่อมาในเดือนเมษายน หน่วยงานกำกับดูแลยังร่วมมือกับ CIB เดินหน้าปราบปราม “ทุนเทา” และเครือข่ายฟอกเงินผ่านคริปโต จนนำไปสู่การอายัดและยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังออกมาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสกัดบัญชีม้าและป้องกันมิจฉาชีพหลอกลงทุน ซึ่งสะท้อนชัดว่าภาครัฐกำลังให้ความสำคัญกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ
นักเทรดและ Exchange ไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร?
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ คือผู้ให้บริการ Exchange และแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในไทยจะต้องเพิ่มความเข้มงวดด้านระบบตรวจสอบลูกค้า (KYC) และระบบรายงานธุรกรรมมากขึ้น
ธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น การโอนเงินจำนวนมากผิดปกติ การโอนผ่านหลายกระเป๋า หรือเส้นทางเงินที่ซับซ้อน อาจถูกตรวจจับได้เร็วขึ้นจากการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
สำหรับนักเทรดทั่วไป แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินโดยตรง แต่ก็ควรเตรียมตัวรับกับมาตรฐานใหม่ที่เข้มงวดขึ้น เช่น
- การยืนยันตัวตนที่ละเอียดกว่าเดิม
- การตรวจสอบที่มาของเงินทุน
- การติดตามธุรกรรมข้ามแพลตฟอร์ม
- การจำกัดธุรกรรมบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูง
ในระยะสั้น สิ่งเหล่านี้อาจเพิ่มความยุ่งยากในการใช้งาน แต่ในระยะยาวก็อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ตลาดคริปโตไทยมากขึ้นเช่นกัน
มุมมองสำหรับนักเทรด
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนชัดว่า ตลาดคริปโตไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ระบบกำกับดูแลที่ใกล้เคียงตลาดการเงินดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากเดิมที่สินทรัพย์ดิจิทัลเคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ “อิสระ” และตรวจสอบยาก ตอนนี้หน่วยงานรัฐเริ่มมีเครื่องมือและความร่วมมือเพียงพอที่จะติดตามเส้นทางเงินได้ละเอียดขึ้นกว่าในอดีตมาก
สำหรับนักเทรด สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องกำไรหรือการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ถูกกฎหมาย มีใบอนุญาต และสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้จริง
เพราะในยุคที่การกำกับดูแลเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ความปลอดภัยของเงินทุนและความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กลยุทธ์การเทรดเลยทีเดียว
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงาน ก.ล.ต.
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
D prime
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
FXCM
HFM
vantage
D prime
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
FXCM
HFM
vantage
WikiFX โบรกเกอร์
D prime
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
FXCM
HFM
vantage
D prime
TICKMILL
EBC FINANCIAL GROUP
FXCM
HFM
vantage
