เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ปลายปีเป็นช่วงที่นักเทรดควรทบทวนไม่ใช่แค่กำไร–ขาดทุน แต่รวมถึง “ภาษี Forex” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รายได้จากการเทรดถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ต้องนำไปยื่นภาษีตามกฎหมายไทย ไม่ว่าคุณจะเทรดเป็นอาชีพหลักหรือเสริมก็ตาม ภาษีคำนวณจากกำไรสุทธิและใช้อัตราก้าวหน้าเหมือนรายได้ทั่วไป การวางแผนภาษีล่วงหน้าและใช้สิทธิลดหย่อนอย่างถูกต้อง จะช่วยลดภาระและความเสี่ยงในอนาคตได้ การเทรดที่ดีจึงไม่ใช่แค่ทำกำไร แต่ต้องรักษากำไรให้รอดผ่านฤดูภาษีด้วยเช่นกัน

ปลายปีแบบนี้ นอกจากการสรุปพอร์ต สรุปกำไร–ขาดทุน อีกเรื่องหนึ่งที่นักเทรด Forex หลายคนมักเลี่ยงไม่อยากพูดถึง แต่หนีไม่พ้นแน่นอน คือ “ภาษี”
แอดเหยี่ยวเจอเทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยที่เทรดเก่ง กำไรดี แต่พอถึงต้นปีทีไร กลับกังวลทุกครั้งว่า รายได้จากการเทรด Forex ต้องเสียภาษีไหม และต้องจัดการยังไงให้ถูกต้อง
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบตรงไปตรงมา ว่า ภาษี Forex คืออะไร ใครต้องเสีย ต้องยื่นแบบไหน และวางแผนยังไงไม่ให้ปวดหัวตอนขึ้นปีใหม่
รายได้จากการเทรด Forex ไม่ว่าจะเป็นการเทรดระยะสั้น ระยะยาว หรือเทรดเป็นอาชีพหลัก ล้วนถือเป็น เงินได้พึงประเมินตามกฎหมายไทย
เมื่อมี “กำไรสุทธิ” หลังหักขาดทุนและค่าใช้จ่ายแล้ว เทรดเดอร์มีหน้าที่ต้องนำรายได้นั้นไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับอาชีพอื่น
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าปีนี้คุณเทรดแล้วมีกำไร และเงินนั้นเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตหรือถูกโอนเข้ามาในระบบการเงินไทย โอกาสสูงมากที่ภาษีจะเป็นเรื่องที่คุณต้องจัดการอย่างจริงจัง
ตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร กำไรจากการเทรด Forex จะถูกจัดอยู่ใน เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับดอกเบี้ย เงินปันผล และส่วนแบ่งกำไร
นั่นหมายความว่า เทรดเดอร์ต้องนำรายได้ส่วนนี้ไปยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 ภายในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป
ไม่ว่าคุณจะเป็น Full Time Trader หรือเทรดเป็นรายได้เสริม ภาระภาษีตรงนี้ไม่มีข้อยกเว้น
ใครบ้างที่ต้องเสียภาษี Forex ในไทย
โดยหลักแล้ว เทรดเดอร์ที่เข้าข่ายต้องเสียภาษี Forex คือผู้ที่ อาศัยอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วันในปีภาษีนั้น และมีรายได้จากการลงทุนหรือการเทรดจากต่างประเทศ
รวมถึงกรณีที่มีการนำเงินกำไรจากการเทรดโอนเข้ามาใช้จ่ายผ่านธนาคารหรือระบบการเงินในประเทศไทย
หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าเทรดกับโบรกเกอร์ต่างประเทศแล้วจะไม่เกี่ยวกับภาษีไทย แต่ในความเป็นจริง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ตัวผู้เสียภาษี ไม่ใช่ที่แพลตฟอร์มที่ใช้เทรด
การคำนวณภาษี Forex ใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันไดเหมือนรายได้ทั่วไป ยิ่งกำไรสุทธิสูง อัตราภาษีก็จะเพิ่มขึ้นตามช่วงรายได้
ตัวอย่างง่าย ๆ หากคุณมีกำไรจากการเทรดทั้งปี หลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายแล้ว 355,000 บาท
เมื่อเข้าสู่การคำนวณภาษี จะถูกแบ่งตามช่วงอัตราภาษี และอาจต้องชำระภาษีรวมประมาณ 13,000 บาท นี่จึงเป็นเหตุผลที่แอดเหยี่ยวอยากย้ำว่าการรู้ตัวเลขกำไรจริงตั้งแต่ปลายปี จะช่วยให้คุณไม่ช็อกตอนต้นปี
เพราะถ้าไม่วางแผนไว้ล่วงหน้า ภาษีอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่กระทบสภาพคล่องโดยไม่รู้ตัว
ข่าวดีคือ ภาษี Forex ไม่ได้ต่างจากภาษีเงินได้ทั่วไป เทรดเดอร์สามารถใช้สิทธิลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนดได้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดามารดา
รวมถึงการออมและการลงทุน เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ RMF SSF Thai ESG หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลายคนที่เทรดได้กำไร แต่จ่ายภาษีสูง มักพลาดตรงนี้ เพราะไม่ได้วางแผนเรื่อง “การออมเพื่อลดภาษี” ควบคู่ไปกับการเทรด
อีกคำถามยอดฮิตที่แอดเหยี่ยวเจอบ่อยคือ “เทรด Forex ในไทยผิดกฎหมายไหม” คำตอบคือ การเทรด Forex ด้วยตัวเองไม่ผิดกฎหมายแต่ผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงด้วยตนเอง และต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างถูกต้อง พูดให้ชัดคือ ไม่ผิดที่เทรด แต่ผิดได้ถ้า ไม่ยื่นภาษีหรือยื่นไม่ถูกต้อง
ภาษี Forex ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของนักเทรดอีกต่อไป ยิ่งใครที่เทรดจริง กำไรจริง และตั้งใจเดินเส้นทางนี้ระยะยาว การเข้าใจภาษีคือ “ต้นทุนความเป็นมืออาชีพ” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ปลายปีนี้ แอดเหยี่ยวอยากชวนทุกคนกลับไปดูพอร์ต ไม่ใช่แค่ดูกราฟ แต่ดูด้วยว่า กำไรทั้งปีของเราอยู่ตรงไหน และควรวางแผนภาษียังไงให้สบายใจที่สุด
เพราะการเทรดที่ดี ไม่ใช่แค่ทำกำไรได้ แต่ต้องรักษากำไรนั้นไว้ได้…โดยไม่สะดุดตอนยื่นภาษีต้นปีด้วย
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์

XS.com แต่งตั้ง Rakhi Raje เป็นผู้ดูแล Influencer Marketing สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ ที่ย้ายจุดแข่งขันจากแพลตฟอร์มสู่โซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ การใช้ Influencer กลายเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดนักเทรด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น ประเด็นสำคัญสำหรับนักเทรดคือ ต้องแยกแยะระหว่าง “ข้อมูล” และ “การตลาด” ให้ชัดเจน พร้อมตัดสินใจบนพื้นฐานของความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงความน่าเชื่อถือที่ถูกสร้างผ่านโซเชียลมีเดีย

Taurex ประกาศแต่งตั้ง Robbie Ensor เป็น Finance Director เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน รองรับแผนขยายธุรกิจระดับโลก โดยผู้บริหารรายนี้มีประสบการณ์จากทั้งโบรกเกอร์และสถาบันการเงินชั้นนำ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการได้รับเงินลงทุน 40 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงกลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกของบริษัท ในมุมของนักเทรด แม้ข่าวนี้ไม่ส่งผลต่อการเทรดโดยตรง แต่สะท้อนถึงความมั่นคงและทิศทางของโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้งานในระยะยาว

พฤติกรรม “ทนขาดทุน แต่รีบปิดกำไร” เป็นปัญหาที่พบนักเทรดจำนวนมาก ซึ่งมีสาเหตุจากอารมณ์ความกลัวและความโลภ ทำให้ตัดสินใจสวนทางกับหลักการที่ถูกต้อง คือปล่อยขาดทุนให้ยาวและตัดกำไรให้สั้น ส่งผลให้พอร์ตไม่เติบโตในระยะยาว แนวทางแก้ไขคือการวางแผนการเทรดให้ชัดเจน กำหนดจุดเข้า–ออก ตั้ง Stop Loss และบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย รวมถึงควบคุมขนาดการลงทุนเพื่อลดแรงกดดันทางอารมณ์ หัวใจสำคัญของความสำเร็จในการเทรดจึงไม่ใช่การเข้าออเดอร์ให้แม่นยำ แต่คือการบริหารการออกจากออเดอร์อย่างมีระบบและสม่ำเสมอ