简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
“รัสเซีย-ยูเครน" ส่งผลอย่างไรกับ “ราคาพลังงาน” และเศรษฐกิจโลก ?
บทคัดย่อ:สถานการณ์ตึงเครียดระหว่าง “รัสเซีย-ยูเครน” ที่โลกกำลังจับตามอง โดยเฉพาะความกังวลถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก เมื่อ “รัสเซีย” คือหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในตลาด “น้ำมัน” และ “ก๊าซธรรมชาติ” ของโลก
ล่วงเข้าปี 2022 ได้เพียงเดือนกว่า สมรภูมิ “รัสเซีย-ยูเครน” ก็ทำท่าจะปะทุรุนแรงหนักขึ้น ส่อแววสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก โดยราคาน้ำมันได้ทะลุเกิน 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และจะพุ่งสูงแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล

ก่อนหน้านี้ Bloomberg Economics ได้วิเคราะห์ไว้ว่า ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนจะเป็นชนวนให้เศรษฐกิจโลกอาจไม่ได้ฟื้นตัวและเติบโตอย่างราบรื่นเท่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากสถานการณ์จากปัจจัยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
ความสำคัญของสมรภูมิ “รัสเซีย-ยูเครน” ต่อราคาพลังงานโลก
สมรภูมิรัสเซีย-ยูเครน นับเป็นพื้นที่ที่สำคัญต่อประเทศในทวีปยุโรป เนื่องด้วยประเทศแถบนี้มีการพึ่งพิงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ทำให้ความขัดแย้งในครั้งนี้มีผลให้เกิดความเสี่ยงที่ซัพพลายพลังงานในตลาดโลกจะลดลง ก่อผลกระทบให้กับหลายประเทศทั่วโลก
ความเสี่ยงที่จะทำให้ซับพลายพลังงานลดลง เกิดขึ้นเนื่องมาจากสัดส่วนการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย ส่วนใหญ่แล้วเป็นการส่งออกไปยังทวีปยุโรป โดยเฉพาะประเทศกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ในยุโรป ซึ่งประเด็นที่สำคัญคือ การขนส่งพลังงานไปประเทศเหล่านั้นต้องส่งลงท่อที่ผ่านประเทศยูเครน ฉะนั้น เมื่อทั้งสองประเทศส่อแววที่จะก่อสงครามกัน จึงมีผลให้ยุโรปที่พึ่งพาแหล่งพลังงานจากรัสเซียได้รับผลกระทบไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดวงไว้เพียงประเทศในทวีปยุโรป เนื่องด้วยซัพพลายพลังงานที่ลดลงในยุโรป ไม่ต่างอะไรกับการที่ปริมาณซัพพลายพลังงานโดยรวมลดลง ทำให้ราคาพลังงานทุกประเภททั่วโลกดีดตัวขึ้นสูงตามไปด้วย
นอกจากนี้ ไม่เพียงแค่ประเทศในยุโรปเท่านั้นที่พึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย ยังมีประเทศจากเอเชีย อาทิ จีน ที่เป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย และรัสเซียยังถือเป็นประเทศผู้ค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลกอีกด้วย
“น้ำมัน-ก๊าซธรรมชาติ” จากรัสเซียสำคัญแค่ไหนในตลาดโลก
ความสำคัญของรัสเซียนั้นไม่เพียงแต่เป็นประเทศมหาอำนาจทางการเมือง แต่ยังคงเป็นหนึ่งในผู้กุมระดับราคาพลังงานของตลาดโลกอีกด้วย จากการเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก
ในปี 2563 รัสเซียมีปริมาณการผลิตน้ำมันมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ราว 10.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นรองเพียงสหรัฐ และซาอุดิอาระเบียที่ผลิตได้ 18.6 และ 10.86 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญ โดยส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ 4.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นสัดส่วน 11% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด

ประเทศปลายทางการส่งออกน้ำมันของรัสเซียนั้นกระจายตัวตามทวีปต่างๆ โดยกลุ่มประเทศ OECD ในยุโรปครองสัดส่วนการส่งออกของรัสเซียที่ 48% ถือเป็นกลุ่มผู้ซื้อรายสำคัญของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม หากเทียบเป็นรายประเทศ พบว่า “จีน” คือประเทศผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย โดยจีนเป็นลูกค้าที่ซื้อน้ำมันราว 31% จากปริมาณส่งออกทั้งหมดของรัสเซีย
แม้กระทั่ง ประเทศคู่ปรับอย่าง “สหรัฐ” ก็ยังเป็นลูกค้าของรัสเซียเช่นเดียวกัน แต่มีสัดส่วนที่ต่ำเพียง 1% ในปริมาณการส่งออกทั้งหมดของรัสเซีย
ในส่วนของ “ก๊าซธรรมชาติ” รัสเซียก็ถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญของตลาดโลกด้วยเช่นกัน โดยในปี 2563 มีการผลิตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกที่ 6.39 แสนล้านลูกบาศก์เมตร เป็นรองเพียงสหรัฐเท่านั้น แต่ถ้าดูที่ปริมาณการส่งออกแล้ว พบว่า รัสเซียเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติอันดับ 1 ของโลก ด้วยปริมาณที่สูงถึง 2.38 แสนล้านลูกบาศก์เมตร
เช่นกันกับการส่งออกน้ำมัน คือ ประเทศปลายทางการส่งออกก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของรัสเซีย ยังคงเป็น กลุ่มประเทศ OECD ในยุโรป โดยครองสัดส่วนสูงถึง 72% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมดจากรัสเซีย รวมแล้วทั้งปี 2563 รัสเซียมีรายได้จากการส่งออกทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในปี 2563 สูงถึง 97,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ รัสเซียยังเป็นประเทศที่มีปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก และมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่อันดับ 8 ของโลก จากทั้งหมดนี้จึงสามารถกล่าวได้ว่า แหล่งพลังงานจากรัสเซียมีความสำคัญในตลาดโลก
หากปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกส่งออกมาน้อยลง จะมีผลให้ซัพพลายในตลาดโลกลดลง นำมาซึ่งราคาพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยทาง เจพี มอร์แกน (JPMorgan) ได้เผยว่า สมรภูมิรัสเซีย-ยูเครนอาจทำราคาน้ำมันดีดตัวแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะดันระดับเงินเฟ้อโลกในครึ่งปีแรกให้สูงถึง 7.2% ฉะนั้น “วิกฤติยูเครน” จึงกลายเป็นความเสี่ยงที่สำคัญอย่างหนึ่งของโลกในช่วงต้นปี 2565 นี้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
FOREX.com
GTCFX
EC markets
TICKMILL
FXTM
IC Markets Global
FOREX.com
GTCFX
EC markets
TICKMILL
FXTM
IC Markets Global
WikiFX โบรกเกอร์
FOREX.com
GTCFX
EC markets
TICKMILL
FXTM
IC Markets Global
FOREX.com
GTCFX
EC markets
TICKMILL
FXTM
IC Markets Global
