บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคํา วานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าตลาดจะคาดการณ์ในวงกว้างว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สรุปราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าตลาดจะคาดการณ์ในวงกว้างว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้าง งานนอกภาคการเกษตรที่ออกมาดีเกินคาด สะท้อนจาก FedWatch Tool รอง CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ําหนัก 35% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนมี.ค. จากเดิมที่ให้ น้ําหนักเพียง 149% นอกจากนี้

นักลงทุนลดคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนมี.ค. โดยให้น้ําหนัก 73% ลดลงจากเดิมที่ให้น้ําหนัก 85% ซึ่งปัจจัยดังกล่าวหนุนอัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้เคลื่อนไหวเหนือ 1.99% ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ราคาทองคําปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตก นอกจากนี้ ทองคํายังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ท่ามกลางการ คาดการณ์ว่า

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคประจําเดือนม.ศ.ที่กําลังจะเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ อาจพุ่งขึ้น 7.25% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่ง เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 1982 หรือในรอบ 40 ปี สถานการณ์ดังกล่าวผลักดันให้ราคาทองคําผ่านระดับสูงสุดเดิมจนกระตุ้นแรงซื้อตามเพิ่มเติม นั่นทําให้ราคาทองคําปรับตัวขึ้นต่อ ทดสอบระดับสูงสุดที่ 1,823.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจขนาดเล็กจาก NFIB, ดุลการค้าเดือนธ.ค.และการสํารวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจาก IBD/TIPP
เมื่อราคาขยับขึ้นก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาไม่มาก โดยราคายังคงมีการแกว่งตัวในระดับสูง แต่ระยะสั้นหากราคาพยายาม เคลื่อนไหวเหนือแนวรับโซน 1,810-1,806 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,834 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนได้ให้ราคาจะอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง

คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ 1,810-1,806
จุดทํากําไร ขายทํากําไร $1,834
