logo |

ข้อมูลข่าวสาร

    หน้าแรก   >     ต้นฉบับ    >     บทความ

    สรุปการเปิดโปง 4 แบงก์ยักษ์ใหญ่ร่วมมือลูกค้าฟอกเงิน

    บทคัดย่อ:เอกสารที่ว่าด้วยธุรกรรมทางการเงินรวมมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกปล่อยออกมา ได้เปิดเผยให้้เห็นว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลกหลายแห่งปล่อยให้อาชญากรฟอกและโอน "เงินสกปรก" ไปทั่วโลก

      สรุปการเปิดโปง เอชเอสบีซี เจพีมอร์แกน ดอยซ์ แบงก์ บาร์เคลย์ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ร่วมมือลูกค้าฟอกเงิน

    5bb306d82200005700dbc329.jpg

      สงสัยไหมว่าเราจะตามข่าวหรือบทวิเคราะห์พวกนี้จากไหนบนแอปพลิเคชันWikiFX จะมีอัปเดทบทวิเคราะห์แบบมหาศาลให้อ่านและยังมีแจ้งเตือนโบรกเกอร์เถื่อนในแต่ละสัปดาห์ที่เจ๋งที่สุดคือต่อจากนี้จะมีแจ้งเตือนค่าเงินหลักที่จะผันผวนแรงในวัดถัดไปถ้าโหลแอปตอนนี้เราจะได้เปรียบกว่าเทรดเดอร์คนอื่น

    WechatIMG16.jpeg

      เอกสารที่ว่าด้วยธุรกรรมทางการเงินรวมมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกปล่อยออกมา ได้เปิดเผยให้้เห็นว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลกหลายแห่งปล่อยให้อาชญากรฟอกและโอน “เงินสกปรก” ไปทั่วโลก

      นอกจากนี้ ยังพบว่าธนาคารเหล่านี้ให้ชนชั้นนำรัสเซียใช้บริการเป็นช่องทางเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่ห้ามไม่ให้พวกเขาโอนเงินเข้าไปในประเทศตะวันตก นี่เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังมีเหตุเอกสารรั่วไหลหลายชุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่เปิดโปงการเจรจาลับ การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางการเงิน

      อะไรคือเอกสาร FinCEN

      FinCEN ย่อมาจาก US Financial Crimes Enforcement Network หรือเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐฯ

      เอกสาร FinCEN มากกว่า 2,500 ชิ้น ที่ถูกปล่อยออกมา และส่วนใหญ่เป็นเอกสารที่ธนาคารส่งให้ทางการสหรัฐฯ ระหว่างปี 2000-2017 เป็นกระบวนการสำหรับแจ้งไปยังทางการสหรัฐฯ หากธนาคารสงสัยว่าธุรกรรมทางการเงินของลูกค้า ดูไม่ชอบมาพากล

      เอกสารเหล่านี้เป็นความลับที่ระบบธนาคารนานาชาติหวงแหนที่สุด ธนาคารใช้เอกสารนี้เพื่อรายงานความไม่ชอบมาพากลแต่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานการกระทำผิดได้

      เอกสารเหล่านี้รั่วไหลไปถึงมือเว็บไซต์ข่าว Buzzfeed News และถูกนำไปให้กับกลุ่มนักข่าวสืบสวนทั่วโลก และส่งต่อไปรายการข่าว 108 แห่งใน 88 ประเทศทั่วโลกรวมถึงรายการ Panorama ของ BBC ด้วย

      นักข่าวหลายร้อยชีวิตช่วยกันอ่านและวิเคราะห์เอกสารจำนวนมหาศาล พบธุรกรรมหลายประการที่ธนาคารไม่อยากให้สาธารณชนรู้

    Screen

      แบบฟอร์ม SARs หรือ รายงานว่าด้วยธุรกรรมที่ต้องสงสัย

      มีข้อบังคับว่าธนาคารต้องรายงานถึงธุรกรรมทางการเงินที่ดูไม่ชอบมาพากลไปยังเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐฯ หากเป็นธุรกรรมนั้นเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ก็ตาม

      SARs ย่อมาจาก Suspicious activity reports หรือ รายงานว่าด้วยธุรกรรมที่ต้องสงสัย ธนาคารต้องกรอกเอกสารนี้และส่งไปให้เจ้าหน้าที่ในกรณีที่สงสัยว่าลูกค้าทำธุรกรรมที่ต้องสงสัย

      ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

      หากคุณอยากทำเงินจากการก่ออาชญากรรม สิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่งคือมีช่องทางในการฟอกเงิน จากกำไรที่ได้จากอาชญากรรมอย่างเช่นการค้ายาหรือการทุจริต อาชญากรจะพยายามโอนย้ายเงินก้อนนั้นเข้าไปในบัญชีธนาคารที่เป็นที่ยอมรับเชื่อถือจะได้ไม่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมใด ๆ

      คุณต้องใช้ช่องทางเช่นนี้เช่นกันหากว่าเป็นชนชั้นนำรัสเซียที่ถูกประเทศตะวันตกคว่ำบาตรไม่ให้สามารถโอนเงินเข้าประเทศเหล่านั้นได้

      ธนาคารต่าง ๆ ควรมีมาตรการป้องการ ไม่ไปช่วยให้ลูกค้าฟอกเงินหรือโอนเงินด้วยวิธีที่ผิดกฎ

      ตามกฎหมายแล้ว ธนาคารต้องรู้ว่าลูกค้าของพวกเขาคือใคร การส่งเอกสารรายงานว่าด้วยธุรกรรมที่ต้องสงสัย (SARs) ถือว่าไม่เพียงพอ ธนาคารไม่สามารถที่จะรับ “เงินสกปรก” จากลูกค้าต่อไปได้โดยหวังให้ทางการเป็นผู้เข้ามาจัดการ พวกเขาต้องหยุดให้บริการหากมีหลักฐานว่าธุรกรรมการเงินนั้นข้องเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรม

      เฟอร์กัส ชีล จาก สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (International Consortium of Investigation Journalist - ICIJ) บอกว่า เอกสารรั่วไหลชุดนี้ “เผยให้เห็นว่าธนาคารต่าง ๆ รู้เห็นถึงการโอนถ่ายเงินสกปรกไปทั่วโลก”

      เอกสาร FinCEN บันทึกธุรกรรมการเงินมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีการส่งรายงานว่าด้วยธุรกรรมที่ต้องสงสัย (SARs) ให้เจ้าหน้าที่เป็นสัดส่วนเล็กน้อยเท่านั้น

    Screen

      คานารี วาร์ฟ เป็นแหล่งที่ตั้งของธนาคารหลายแห่งในกรุงลอนดอน

      เปิดโปงอะไรบ้าง

    •   - ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) อนุญาตให้ผู้ฉ้อโกงโอนเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกขโมยมา แม้ว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนสหรัฐฯ จะระบุแล้วว่าเงินมาจากการฉ้อโกง

    •   - ธนาคารเจพี มอร์แกน (JP Morgan) อนุญาตให้บริษัทหนึ่งโอนเงินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านบัญชีในกรุงลอนดอน โดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ ธนาคารมารู้ภายหลังว่าเป็นสมาชิกแก๊งอาชญากรที่เป็นที่ต้องการตัวติด 10 อันดับของสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ

    •   - มีหลักฐานว่าผู้ใกล้ชิด วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ใช้ธนาคารบาร์เคลย์ (Barclays) ในกรุงลอนดอนเพื่อเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่ห้ามไม่ให้เขาใช้บริการทางการเงินในประเทศตะวันตก เงินสดบางส่วนถูกนำไปใช้ซื้องานศิลปะ

    •   - สามีของผู้หญิงที่บริจาคเงิน 1.7 ล้านปอนด์ให้กับพรรคคอนเซอร์เวทีฟซึ่งเป็นพรรครัฐบาลสหราชอาณาจักรอยู่ ได้รับเงินสนับสนุนลับ ๆ จากชนชั้นนำรัสเซียคนหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีปูติน

    •   - มีบริษัทจากสหราชอาณาจักรจำนวนมากที่ปรากฏชื่ออยู่ในรายงานว่าด้วยธุรกรรมที่ต้องสงสัย (SARs) มีชื่อบริษัทจากสหราชอาณาจักรกว่า 3,000 แห่งปรากฏอยู่ในเอกสาร FinCEN

    •   - ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ลงมือปฏิบัติแม้จะมีคำเตือนแล้วว่าบริษัทท้องถิ่นแห่งหนึ่งกำลังช่วยอิหร่านเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

    •   - ธนาคารดอยซ์ แบงก์ (Deutsche Bank) โอนย้าย “เงินสกปรก” ให้องค์กรอาชญากรรม ผู้ก่อการร้าย และผู้ค้ายาเสพติด

    •   - ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) โยกย้ายเงินสดให้กับธนาคารอาหรับ (Arab Bank) นานกว่าทศวรรษหลังจากบัญชีลูกค้าที่ธนาคารซึ่งอยู่จอร์แดนนี้ถูกใช้ในการให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้าย

      ต่างจากเหตุเอกสารรั่วไหลอื่นอย่างไร

      เอกสารอย่าง “ปานามา เปเปอร์ส” (Panama Papers) จากปี 2016 และ “พาราไดซ์ เปเปอร์ส” (Paradise Papers) จากปี 2017 เปิดโปงว่ามหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจของโลก แอบนำเงินไปลงทุนในประเทศที่ช่วยหลบเลี่ยงภาษี

      เอกสาร FinCEN แตกต่างตรงที่ไม่ใช่แค่เอกสารที่รั่วไหลมาจากหนึ่งหรือสองบริษัท แต่มาจากหลายธนาคาร ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดธนาคารถึงนิ่งเฉยแม้ว่าจะพบการทำธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัย

      เครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐฯ (US Financial Crimes Enforcement Network) บอกว่าเอกสารที่รั่วไหลอาจส่งผลต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ สร้างผลกระทบต่อกระบวนการสืบสวน และเสี่ยงต่อความปลอดภัยของสถาบันหรือบุคคลที่เป็นผู้ยื่นเรื่องรายงาน

      แต่สัปดาห์ที่แล้ว เครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐฯ เผยแผนปรับปรุงโครงการต่อต้านการฟอกเงินใหม่

      ทางการสหราชอาณาจักรก็เพิ่งเปิดเผยแผนปรับเปลี่ยนระบบลงทะเบียนข้อมูลบริษัทเพื่อจัดการกับการฉ้อโกงและการฟอกเงิน

    ข่าวล่าสุด

    Thai Baht

    • United Arab Emirates Dirham
    • Australia Dollar
    • Canadian Dollar
    • Swiss Franc
    • Chinese Yuan
    • Danish Krone
    • Euro
    • British Pound
    • Hong Kong Dollar
    • Hungarian Forint
    • Japanese Yen
    • South Korean Won
    • Mexican Peso
    • Malaysian Ringgit
    • Norwegian Krone
    • New Zealand Dollar
    • Polish Zloty
    • Russian Ruble
    • Saudi Arabian Riyal
    • Swedish Krona
    • Singapore Dollar
    • Thai Baht
    • Turkish Lira
    • United States Dollar
    • South African Rand

    United States Dollar

    • United Arab Emirates Dirham
    • Australia Dollar
    • Canadian Dollar
    • Swiss Franc
    • Chinese Yuan
    • Danish Krone
    • Euro
    • British Pound
    • Hong Kong Dollar
    • Hungarian Forint
    • Japanese Yen
    • South Korean Won
    • Mexican Peso
    • Malaysian Ringgit
    • Norwegian Krone
    • New Zealand Dollar
    • Polish Zloty
    • Russian Ruble
    • Saudi Arabian Riyal
    • Swedish Krona
    • Singapore Dollar
    • Thai Baht
    • Turkish Lira
    • United States Dollar
    • South African Rand
    อัตราแลกเปลี่ยนในขณะนี้  :
    --
    กรุณาใส่จำนวนเงิน
    Thai Baht
    จำนวนเงินที่สามารถแลกได้
    -- United States Dollar
    ระวังความเสี่ยง

    ข้อมูลของ WikiFX มีที่มาจากข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเช่น UK FCA, ออสเตรเลีย ASIC เป็นต้น โดยเนื้อหาที่เผยแพร่นั้นขึ้นอยู่กับความยุติธรรมความเป็นกลางและความจริงจากข้อเท็จจริง โดยทาง WikiFX ไม่คิดค่าธรรมเนียมการประชาสัมพันธ์ค่าธรรมเนียมการโฆษณา ค่าธรรมเนียมการจัดอันดับ ค่าธรรมเนียมสีเทา ทาง WikiFX จะพยายามและตั้งใจอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสอดคล้องและเข้ากันของข้อมูลกับแหล่งข้อมูลอื่นๆ เช่นหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหลายนั้นอาจจะไม่มีการเข้ากันได้ในแบบเรียลไทม์เสมอไป

    ในมุมมองของความสลับซับซ้อนของอุตสาหกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่นับว่าผู้ค้าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแต่ละรายจะได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายของหน่วยงานกำกับดูแลผ่านทางการหลอกลวง หากข้อมูลที่เผยแพร่โดย WikiFX ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงโปรดส่งให้เราผ่านฟังก์ชั่น“ ร้องเรียน” และ“ การแก้ไขการแก้ไข” ของ WikiFX เราจะตรวจสอบและยืนยันในเวลาและเผยแพร่ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง

    Forex, โลหะมีค่าและ CFDs (OTC OTC) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการยกระดับซึ่งมีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินลงทุนของคุณโปรดลงทุนอย่างมีเหตุผล

    หมายเหตุ*** ข้อมูลที่ระบุไว้ใน WikiFX มีไว้สำหรับอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นการแนะนำการลงทุน หมายเหตุ*** ข้อมูลที่ระบุไว้ใน Forex Eyes มีไว้สำหรับอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นการแนะนำการลงทุนขอให้ท่านลูกค้าโปรดใช้วิจารณญาณในการเลือกโบรกเกอร์ และคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากเทรดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ WikiFX