简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ราคาน้ำมันพุ่งต่อ หลังปัญหาการเดินเรือปะทุหนักขึ้น
บทคัดย่อ:ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นต่อในวันอังคาร โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นอีก 2% สู่ $107.80 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 1.9% สู่ $103.45 ต่อบาร์เรล หลังมีการใช้ความรุนแรงโดยกลุ่มกบฎฮูติ รวมถึง

ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นต่อในวันอังคาร โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นอีก 2% สู่ $107.80 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 1.9% สู่ $103.45 ต่อบาร์เรล หลังมีการใช้ความรุนแรงโดยกลุ่มกบฎฮูติ รวมถึงยังมีเรือของอิหร่านถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันยังเผชิญปัญหาต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปิดท่อส่งน้ำมันดิบสายหลัก ฝั่งตะวันออก-ตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย ทั้งที่เป็นเส้นทางที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็ยิ่งเพิ่มปัญหาให้กับอุปทานโลกมากขึ้น ขณะที่การโจมตีฐานพลังงาน และเรือขนส่งที่เกิดขึ้นไม่หยุดก็ยิ่งจุดชนวนความกังวลว่าการขนส่งน้ำมันอาจเผชิญปัญหาต่อไปในระยะยาว
ด้านดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนต้องจับตาการดำเนินนโยบายของ Fed ในวันพุธก่อน ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีก็ได้ปรับตัวขึ้นเหนือ 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 พร้อมสร้างปัญหาต่อมูลค่าหุ้นไปพร้อมกัน โดยสาเหตุของการปรับขึ้นก็มาจากปัญหาเงินเฟ้อซึ่งมีต้นตอมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ด้านตลาดคริปโต บิตคอยน์พุ่งขึ้น 1.9% มาอยู่ที่ $78,204 หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ เผยร่างกฎหมาย CLARITY Act ฉบับปรับปรุง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาธนาคาร จริยธรรม และมาตรการป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการกระทำผิดกฎหมาย โดยถ้ากฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติ การกำกับควบคุมเหรียญคริปโตก็จะมีความชัดเจนขึ้น และอาจเป็นที่สนใจของนักลงทุนระดับสถาบันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บิตคอยน์ก็ยังคงถูกกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคในภาพรวม โดยตลาดได้ประเมินโอกาสไว้สูงถึง 92% ที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.25%
ด้านทองคำยังอยู่ต่ำกว่า $4,300 โดยซื้อขายอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากนักลงทุนยังต้องรอผลการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ส่วนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประกอบกับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ออกมาสูงกว่าคาดก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจดำเนินนโยบายที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาต่อสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายผลตอบแทนใดๆ อย่างทองคำโดยตรง
ด้าน Fed ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางญี่ปุ่นมีกำหนดประกาศนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ โดยไฮไลท์พิเศษจะอยู่ที่การประเมินเศรษฐกิจใหม่ของ Fed และคำแถลงการณ์ของตำแหน่งประธานอย่าง เควิน วอร์ช เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า โดยผลที่ออกมาทั้งหมดอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของดอลลาร์สหรัฐฯ ผลตอบแทนพันธบัตร และทองคำได้เลย
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
GTCFX
vantage
FOREX.com
EBC FINANCIAL GROUP
Exness
D prime
GTCFX
vantage
FOREX.com
EBC FINANCIAL GROUP
Exness
D prime










