简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
น้ำมันดิบเบรนท์จ่อแตะ $100 ด้านทองทะลุ $4,500 ได้ ส่วนนักลงทุนต้องจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ในสัปดาห์ห
บทคัดย่อ:สรุปประเด็นสำคัญทองพุ่งขึ้นกว่า 4% ในสัปดาห์นี้สู่ระดับ $4,530–$4,555 ถือเป็นการปรับตัวขึ้น 3 สัปดาห์ติดกันดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนใกล้ระดับ 98.50–98.80 โดยร่วงลงราว 1% ในสัปดาห์นี้

สรุปประเด็นสำคัญ
ทองพุ่งขึ้นกว่า 4% ในสัปดาห์นี้สู่ระดับ $4,530–$4,555 ถือเป็นการปรับตัวขึ้น 3 สัปดาห์ติดกัน
ดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนใกล้ระดับ 98.50–98.80 โดยร่วงลงราว 1% ในสัปดาห์นี้
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดระหว่างวันนับตั้งแต่ปี 2007 คิดเป็น 5.33%
การประกาศเพิ่มงบกว่า 2 เท่าในการซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนแบบเหนือความคาดหมายของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันให้ทองคำพุ่งขึ้น พร้อมกดให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างหนัก
ตลาดหุ้นย่อลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานท่ามกลางความผันผวน
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังเป็นตัวจุดชนวนปัญหาเงินเฟ้อต่อไป
ทองพุ่งทะลุ $4,500
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
ตลาดหุ้นปรับฐานลงตามผลตอบแทนพันธบัตร
บทวิเคราะห์ของวันที่ 24-28 สิงหาคม 2026
ปฏิทินเศรษฐกิจของสัปดาห์ต่อไป
สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์ที่ทองคำทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบหลายเดือน และนับเป็นสัปดาห์ที่ 3 ที่ปรับตัวขึ้นติดกัน โดยทองคำได้เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการซื้อขายอยู่ที่ $4,300 กลางๆ ก่อนพุ่งขึ้นมาที่ $4,530–$4,555 ต่อออนซ์ในวันศุกร์ เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาประกาศเพิ่มงบซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนอย่างน้อย 2 เท่า แต่ก็ไม่ทำให้ทองคำสูญเสียช่วงขาขึ้นไปแต่อย่างใด แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับสูงขึ้นในระดับหนึ่งเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา
โดยผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงก็ยังช่วยลดค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จ่ายมีผลตอบแทนใดๆ ขณะเดียวกัน ทองคำก็ยังมีแรงซื้อที่แข็งแกร่งมาตลอดทั้งปี หลังธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อโลหะมีค่าประเภทนี้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 288 ตันในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว ประกอบกับดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงอยู่แล้วก่อนที่กระทรวงการคลังจะออกมาประกาศเพิ่มงบ จึงยิ่งเปิดทางให้ทองคำปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในสัปดาห์นี้
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในทางตรงกันข้ามกับทองคำอย่างสิ้นเชิง โดยอ่อนค่าลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดกันจนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังร่วงลงมาแตะช่วง 98.00 กลางๆ ในวันพฤหัสบดีก่อนจะทรงตัวได้ที่ระดับ 98.70–98.80 ในช่วงปิดตลาดวันศุกร์ คิดเป็นการร่วงลงราว 1% ในสัปดาห์ โดยสาเหตุก็มาจากข่าวที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เพิ่มงบซื้อพันธบัตรระยะยาวคืนอย่างน้อย 2 เท่าในวันพุธ โอกาสที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้นก็ยิ่งน้อยลง ซึ่งเป็นปัญหาต่อดอลลาร์โดยตรง โดยตลาดลดโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นในเดือนกันยายนจาก 40% เหลือเพียง 30% ต้นๆ ตามยอดค้าปลีกและเงินเฟ้อที่ออกมาชะลอตัวลงในช่วงต้นเดือน
ตลาดหุ้นปรับตัวลงตลอดทั้งสัปดาห์ โดย S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ร่วงลงถึง 4 จาก 5 วันทำการ โดยในวันจันทร์และอังคารเกิดแรงขายในภาพรวม หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากปัญหาการขนส่งตามสถานการณ์ทีอิหร่าน รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปีที่พุ่งทะลุระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี ส่งผลให้ Nasdaq ร่วงมากกว่า 1% ระหว่างวันในวันอังคารตามหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ถูกเทขายหนักเป็นพิเศษ และถึงแม้ในวันพุธจะมีการประกาศเพิ่มงบซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้ชั่วคราว แต่ความเชื่อมั่นนั้นก็อันตรธานหายไปในวันพฤหัสอยู่ดี
ทองคำ: แนวโน้มโดยรวมยังคงเป็นขาขึ้น โดยการยืนเหนือระดับ $4,500 ได้จนถึงช่วงปิดสัปดาห์ ประกอบกับแรงซื้อจากธนาคารกลาง ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการทะลุระดับแนวต้านที่ $4,600–$4,700 ขึ้นไปอีกในกรณีที่ผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่เท่าเดิม อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักก็ยังอยู่ที่พันธบัตร หากดัชนีรายจ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) หรือคำแถลงจากเจ้าหน้าที่ Fed มีผลให้ตลาดกลับมาเชื่อว่าจะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้น ก็อาจเห็นทองคำย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ $4,400–$4,450 ได้
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ: คาดว่ายังอยู่ในช่วงขาลงต่อ ทั้งโมเมนตัมที่อ่อนแอ โอกาสลดลงที่ Fed จะปรับดอกเบี้ยขึ้น รวมถึงสภาพคล่องที่ลดลงจากโครงการซื้อคืนพันธบัตร ก็ล้วนชี้ชัดให้ดัชนีดอลลาร์กลับไปทดสอบระดับ 98.00–98.50 อีกครั้ง โดยมีระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนตรง 98.50 เป็นแนวรับแรก หากหลุดระดับดังกล่าวลงไปอีก ก็ถือเป็นใบเบิกทางให้ร่วงต่อไปยังระดับ 97.50 ได้อีก ในทางกลับกัน โอกาสสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์ให้ดอลลาร์ได้ก็คือคำแถลงการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดกว่าที่คาดจาก Fed รวมถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น
ตลาดหุ้น: การย่อตัวลงจากระดับสูงสุดก็ยังมีโอกาสร่วงลงต่อได้ในกรณีที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 5.3% ได้ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยเป็นพิเศษ แต่ถ้าผลตอบแทนพันธบัตรยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีแรงสนับสนุนจากโครงการซื้อพันธบัตรคืนของกระทรวงการคลัง ก็อาจเป็นการเปิดทางให้เกิดแรงซื้อในตลาดหุ้นจนนำไปสู่การฟื้นตัวสู่ระดับสูงสุดก่อนหน้า โดยมีตัวแปรสำคัญหลักๆ คือผลประกอบการของ Nvidia และการประชุม Jackson Hole ของ Fed ซึ่งทั้ง 2 มีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดจนถึงช่วงสิ้นเดือน ระหว่างนี้ S&P 500 ก็มีแนวโน้มอยู่ในช่วงผันผวน โดยมีแนวรับอยู่ที่ระดับ 7,550 จุด และแนวต้านที่ 7,800 จุด

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
pepperstone
D prime
STARTRADER
TMGM
FXCM
vantage
pepperstone
D prime
STARTRADER
TMGM
FXCM
vantage










