简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ราคาน้ำมันพุ่ง หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านกลับมาสร้างปัญหาการขนส่งอีกครั้ง
บทคัดย่อ:ราคาน้ำมันดิบพลิกขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพุธหลังร่วงหนักติดกันหลายวัน โดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 4% สู่ระดับใกล้ $88 ต่อบาร์เรล ถือเป็นการฟื้นตัวขึ้นหลังร่วงมาตลอดสามวันที่ผ่านมา โดยสาเหตุของการพุ่

ราคาน้ำมันดิบพลิกขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพุธหลังร่วงหนักติดกันหลายวัน โดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 4% สู่ระดับใกล้ $88 ต่อบาร์เรล ถือเป็นการฟื้นตัวขึ้นหลังร่วงมาตลอดสามวันที่ผ่านมา โดยสาเหตุของการพุ่งขึ้นก็มาจากการที่กองทัพสหรัฐฯ เผยว่าสามารถสกัดกั้นการลอบโจมตีของอิหร่านที่มีเป้าหมายอยู่ที่กองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางได้ ส่งผลให้ความตึงเครียดกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังสถานการณ์อยู่ในช่วงค่อนข้างสงบตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ Dow Jones พุ่งขึ้นกว่า 500 จุดในวันอังคาร นับเป็นการปรับขึ้นสามวันติดกัน เนื่องจากนักลงทุนได้ถอนเงินออกจากหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ไปลงทุนยังในวงการอื่นๆ ส่งผลให้หุ้นบลูชิพพุ่งขึ้นแรง ส่วน S&P 500 ก็ปรับขึ้นเช่นกันที่ 0.2% ขณะที่ Nasdaq ร่วงลง 0.2% ซึ่งถือเป็นวันที่ 5 ติดกันที่ร่วงลงตามหุ้นกลุ่มชิป แม้ว่าภาพรวมของตลาดจะตั้งหลักได้ก็ตาม ด้าน Apple ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นบริษัทจดทะเบียนแห่งที่สองที่มีมูลค่าแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์ อีกทั้งราคาหุ้นขึ้นยังขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับ $342.89 ในช่วงซื้อขายในวันอังคารได้อีกด้วย ส่วนการซื้อขายในวันพุธ ตลาดเปิดวันด้วยความผันผวน โดยดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เหวี่ยงแรง หลังข่าวสถานการณ์ที่อิหร่านได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น และก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อที่หนักขึ้นก่อน Fed จะเข้าเริ่มเข้าประชุมไม่นาน
ด้านหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เผชิญการถอนทุนออกหนักขึ้นในวันพุธ ส่วนหุ้นเทคฯ ในเอเชียก็เผชิญแรงขายต่อเนื่องเช่นกัน นำมาโดย SK Hynix ของเกาหลีใต้ที่ร่วงลงกว่า 15% หลังผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แม้บริษัทจะทำกำไรในไตรมาสนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม ด้าน Samsung ก็ปรับตัวลงกว่า 8% เช่นกัน ขณะที่ Nvidia ปิดใกล้เคียงระดับเดิมหลังร่วงลงในช่วงเปิดตลาด ส่วน Intel ร่วงเกือบ 6%, AMD ลดลง 8% ขณะที่หุ้นชิปอย่าง Micron, Seagate, Western Digital และ Sandisk ต่างปรับตัวลงหนักทั้งหมด
ความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกในวันนี้อยู่ที่ผลการประชุมของ Fed โดยสัญญาฟิวเจอร์สดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Funds Futures) ให้โอกาสเกือบ 70% ที่ Fed จะรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ระดับ 3.50%–3.75% อย่างไรก็ตาม ตลาดยังประเมินว่ามีโอกาสถึงประมาณ 80% ที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในเดือนกันยายนอีก
ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทองร่วงลงประมาณ 1% สู่ระดับ $4,030 ต่อออนซ์ตามดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และความไม่แน่นอนถึงการตัดสินใจของ Fed โดยทั้ง 2 ปัจจัยถือเป็นปัญหาหลักต่อทองคำ ส่วนดอลลาร์ยังคงแข็งค่าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ในขณะนี้
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
Exness
EBC FINANCIAL GROUP
STARTRADER
Tickmill
Axi
IC Markets Global
Exness
EBC FINANCIAL GROUP
STARTRADER
Tickmill
Axi
IC Markets Global










