简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงรับต้นเดือนตามแรงขายหุ้นเทคฯ
บทคัดย่อ:ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาร่วงอีกครั้งหลังปรับขึ้นได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากนักลงทุนยังต้องรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานในเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ก่อน ซึ่งถือเป็นข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่อาจทำให้การคาดการณ์ถึง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาร่วงอีกครั้งหลังปรับขึ้นได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากนักลงทุนยังต้องรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานในเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ ก่อน ซึ่งถือเป็นข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่อาจทำให้การคาดการณ์ถึงนโยบายการเงินของ Fed เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ส่งผลให้ Dow Jones ปรับตัวลง 35 จุด ส่วน S&P 500 และ Nasdaq 100 ลดลง 0.08% และ 0.3% ตามลำดับ
ในวันพุธ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่ละแห่งโชว์ผลงานไม่เหมือนกัน หลังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้เผชิญแรงขายหนักหน่วง ทำให้การปรับตัวขึ้นก่อนหน้าต้องเป็นโมฆะไป โดยหุ้น Micron และ Sandisk ต่างร่วงลงมากกว่า 10% ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ก็ปรับตัวลงเช่นกัน นำมาโดย Kospi ของเกาหลีใต้ที่ร่วงเกือบ 8% หลังหุ้น Samsung และ SK Hynix ต่างเผชิญแรงขายอย่างหนัก ส่วน Nikkei ของญี่ปุ่นก็ปรับตัวลงไปตามๆ กัน ในขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย ส่วนนักลงทุนยังต้องรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payroll) ของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนก่อน โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 115,000 ตำแหน่ง ซึ่งผลที่ประกาศออกมาอาจเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed ไม่มากก็น้อย
ด้านราคาน้ำมันยังปรับลงต่อเนื่อง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ร่วง 1.4% มาอยู่ที่ $70.50 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ลง 1.5% มาอยู่ที่ $67.50 ต่อบาร์เรล เนื่องจากปัญหาสงครามเริ่มคลี่คลายแล้ว และ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังออกมาประกาศอีกว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กาตาร์มีความคืบหน้าไปได้ดี ซึ่งทั้งสองประเทศมีโอกาสฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตได้ดีขึ้น
บรรยากาศการลงทุนยังดีขึ้นอีกหลังจากที่ช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าได้มากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียจะเข้าสู่สภาวะปกติได้ ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนท์มีแววปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดกัน สะท้อนว่าความกังวลถึงปัญหาสงครามเริ่มหายไป และน้ำมันจะกลับมาขนส่งได้เหมือนเดิม
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศในสัปดาห์ ทั้งรายงานคาดการณ์จำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรของหน่วยงาน ADP และดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบัน ISM ที่ออกมาต่ำกว่าคาดได้ช่วยให้ทองคำกลับมาเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นก่อนที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls - NFP) จะประกาศออกมาในวันพฤหัสบดี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
