简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นตามความเชื่อมั่นที่มีต่อ AI
บทคัดย่อ:ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดครึ่งแรกของปี 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าดัชนีต่างๆ จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนเปิดในวันพุธ โดย Dow Jones ปรับตัวขึ้นประมาณ 9% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี ถือเป็นผลงานครึ่งปีแรกที่ดีที่สุดน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดครึ่งแรกของปี 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าดัชนีต่างๆ จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนเปิดในวันพุธ โดย Dow Jones ปรับตัวขึ้นประมาณ 9% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี ถือเป็นผลงานครึ่งปีแรกที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ส่วน S&P 500 เพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ด้าน Nasdaq พุ่งขึ้นเกือบ 13% และ Russell 2000 ทะยานขึ้นเกือบ 22% นับเป็นผลงานครึ่งปีแรกที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991
โดยการปรับตัวขึ้นส่วนใหญ่ก็มาจากหุ้น AI และผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยบริษัทผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Intel, Micron และ AMD ต่างเพิ่มมูลค่าบริษัทได้รวมกันถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไตรมาสที่ 2
ด้านตลาดฟอเร็กซ์ เยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ทำให้คู่เงิน USD/JPY ปรับตัวขึ้นเหนือ 162.30 ส่งผลให้ตลาดยิ่งเพิ่มโอกาสที่ทางการของญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงตลาดเพื่อทำให้ค่าเงินให้มีความเสถียรขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียโชว์ผลงานไม่เหมือนกัน โดย Nikkei ของญี่ปุ่น และ Kospi ของเกาหลีใต้ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนออสเตรเลีย และจีนเแทบไม่เปลี่ยนแปลง
ในขณะนี้ นักลงทุนต้องจับตาคำแถลงการณ์ของ เควิน วอร์ช ในฐานะประธาน Fed ที่งานประชุม ECB Forum รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ รายงานคาดการณ์การจ้างงานของหน่วยงาน ADP, ดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบัน ISM และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตจากทั่วโลก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นตัวกำหนดนโยบายของ Fed ในระยะต่อไปได้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อไป
ด้านทองคำยังร่วงต่อเป็นวันที่สามติดกันต่ำกว่าระดับจิตวิทยาที่ $4,000 ต่อออนซ์ และยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 โดยสาเหตุหลักมาจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นจากการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้
นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้ประโยชน์จากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านยังเจรจาไม่ลงตัว ขณะที่สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซก็ยังคงเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อต่อไป ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจดำเนินนโยบายที่เข้มงวดต่อไป
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ที่ออกมาก็ยังเพิ่มโอกาสให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น โดยจำนวนตำแหน่งงานในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายนก็ปรับตัวขึ้น และ เบธ แฮมแมค ประธาน Fed ประจำรัฐคลีฟแลนด์ก็ชี้ว่ายังมีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอีก ถ้าปัญหาเงินเฟ้อยังไม่ลดลง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
FXTM
FXCM
TMGM
EBC FINANCIAL GROUP
XM
EC markets
FXTM
FXCM
TMGM
EBC FINANCIAL GROUP
XM
EC markets
WikiFX โบรกเกอร์
FXTM
FXCM
TMGM
EBC FINANCIAL GROUP
XM
EC markets
FXTM
FXCM
TMGM
EBC FINANCIAL GROUP
XM
EC markets
