简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
หุ้นโลกเผชิญปัญหา หลังสหรัฐฯ-อิหร่านแลกการโจมตีกัน
บทคัดย่อ:ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในวันพุธ หลังอเมริกาเปิดปฏิบัตืการโจมตีใส่อิหร่าน จุดชนวนว่าการใช้ความรุนแรงในตะวันออกกลางอาจลุกลามใหญ่โตกว่าเดิม ส่งผลให้ SP 500 ปรับลง 0.5% ด้าน Nasdaq 100 ร่วง 0.8% ส่วน Do

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในวันพุธ หลังอเมริกาเปิดปฏิบัตืการโจมตีใส่อิหร่าน จุดชนวนว่าการใช้ความรุนแรงในตะวันออกกลางอาจลุกลามใหญ่โตกว่าเดิม ส่งผลให้ S&P 500 ปรับลง 0.5% ด้าน Nasdaq 100 ร่วง 0.8% ส่วน Dow Jones ขยับลงเกือบ 0.3% ด้านตลาดหุ้นเอเชียก็อ่อนตัวลงเช่นกัน นำมาโดย Kospi ของเกาหลีใต้ที่ร่วงกว่า 2% ขณะที่ Nikkei ของญี่ปุ่น และ ASX 200 ของออสเตรเลียต่างปรับตัวลงทั้งหมด
ความตึงเครียดนั้้นยังส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นราว 1% มาซื้อขายยู่ที่ $89 ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าอาจเกิดปัญหาการขนส่งน้ำมันได้ รวมถึงข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความแน่นอนใดๆ
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเทคโนโลยียังคงเผชิญแรงดดันต่อไป โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และชิปหน่วยความจำยังอยู่ในช่วงปรับฐาน ส่งผลให้ S&P 500 และ Nasdaq ร่วงลงในวันอังคารที่ผ่านมา
ที่จีน อัตราเงินเฟ้อผู้ผลิตเร่งขึ้นแรงในเดือนพฤษภาคมจนแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ขณะที่เงินเฟ้อผู้บริโภคยังอยู่ในช่วงค่อนข้างอ่อนตัว ด้านดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของประเทศปรับขึ้น 3.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่คาดไว้ และนับเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 1.2% แต่ก็ยังต่ำกว่าที่คาดไว้เล็กน้อยที่ 1.3%
การที่ภาคการค้าส่งพุ่งขึ้นนั้นส่วนใหญ่เกิดจากราคาของพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาที่อิหร่านได้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านทองคำยังเผชิญแรงขายอย่างหนักต่อในวันพุธจนร่วงต่ำกว่าระดับสำคัญที่ $4,200 ไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยสาเหตุเกิดขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูง และเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจยังอยู่ในระดับสูงต่อไป ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนยิ่งเพิ่มโอกาสที่ Fed อาจรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นไว้นานกว่าที่คาด ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่มีการจ่ายผลตอบแทนอย่างทองคำต้องเผชิญแรงกดดันขึ้นอีก นอกจากนี้ ทองคำยังเผชิญกับแรงขายเพิ่มต่อ หลังราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ย MA200 ไปเรียบร้อย
ปัจจุบัน ตลาดวางโอกาสที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นภายในสิ้นปีนี้ไว้ที่ราว 75% โดยปัจจัยสำคัญก็มาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจดันให้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงต่อ ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างตั้งหน้าตั้งรอรอการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดนโยบายการเงินของ Fed ในระยะถัดไป
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
AVATRADE
FXTM
GTCFX
FOREX.com
D prime
EC markets
AVATRADE
FXTM
GTCFX
FOREX.com
D prime
EC markets
WikiFX โบรกเกอร์
AVATRADE
FXTM
GTCFX
FOREX.com
D prime
EC markets
AVATRADE
FXTM
GTCFX
FOREX.com
D prime
EC markets
