简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ตลาดหุ้นเอเชียทะยานสู่สถิติใหม่ NVIDIA เปิดตัวชิปคอมพิวเตอร์ใหม่
บทคัดย่อ:ตลาดเอเชียโชว์ผลงานดีและแย่ผสมกันในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินความสถานการณ์ความไม่แน่นอนระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้คือประเทศที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในตล

ตลาดเอเชียโชว์ผลงานดีและแย่ผสมกันในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนต้องประเมินความสถานการณ์ความไม่แน่นอนระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้คือประเทศที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในตลาดหุ้นเอเชีย โดยดัชนี Kospi ปรับขึ้น 1.3% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ตามหุ้น Samsung ที่พุ่งขึ้นกว่า 3% ด้านดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นขยับขึ้นเล็กน้อย 0.2%
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในช่วงต้นของเดือนมิถุนายน หลังตลาดวอลล์สตรีทปิดด้วยระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม โดย S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.3% ส่วน Nasdaq 100 ปรับขึ้น 0.6% และ Dow Futures ดีดขึ้นประมาณ 58 จุด ในช่วงเดือนพฤษภาคมถือเป็นช่วงเวลาทองของตลาดหุ้นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะหุ้นสายเทคโนโลยี โดย Nasdaq พุ่งขึ้นมากกว่า 8% ส่วน S&P 500 เพิ่มขึ้นราว 5% และ Dow Jones ปรับขึ้นเกือบ 3%
ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนต้องจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินตลาดแรงงาน และอาจส่งผลต่อทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน NVIDIA ก็ได้ผันตัวเองเข้าสู่ตลาดชิปประมวลผล PC อย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นการท้าชนผู้นำของวงการอย่าง Intel, AMD, Qualcomm และ Apple โดยตรง โดยภายในงาน Computex ทาง CEO ของ Nvidia อย่างคุณ Jensen Huang ก็ได้ประกาศเปิดตัวชิป N1X ที่พัฒนาร่วมกับ Microsoft เพื่อใช้เป็นขุมพลังให้กับ PC ยุคใหม่ของ Windows ที่ขับเคลื่อนด้วย AI บนแพลตฟอร์ม RTX Spark
โดยก้าวใหม่่ของ NVIDIA นี้ไม่เพียงแต่ทำให้บริษัทกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Intel และ AMD เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทมากมายที่วางระบบให้ AI เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเช่นกัน
ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในวันจันทร์ โดยน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 2.4% แตะ $93.33 ต่อบาร์เรล ส่่วนน้ำมันดิบ WTI ก็เพิ่มขึ้น 2.8% สู่ระดับ $89.77 ต่อบาร์เรลเช่นกัน โดยสาเหตุเกิดจากการที่ตลาดต้องประเมินความรุนแรงที่หนักขึ้นในตะวันออกกลางซึ่่งอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน รวมถึงลดโอกาสที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะขยายเวลาหยุดยิงออกไป ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดมากมายได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
HFM
FXCM
vantage
D prime
IC Markets Global
XM
HFM
FXCM
vantage
D prime
IC Markets Global
XM
WikiFX โบรกเกอร์
HFM
FXCM
vantage
D prime
IC Markets Global
XM
HFM
FXCM
vantage
D prime
IC Markets Global
XM

