บทคัดย่อ:ตลาดคริปโตเผชิญแรงขายรุนแรง โดยเฉพาะ Bitcoin ที่ปรับตัวลงท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก หลัง Donald Trump เดินหน้านโยบายกำแพงภาษีต่อ แม้ Supreme Court of the United States จะชี้ว่ามาตรการบางส่วนขัดต่อกฎหมาย ขณะเดียวกัน Gavin Newsom ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายดังกล่าว ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า Bitcoin ยังเชื่อมโยงกับกระแสเงินทุนและสภาพคล่องโลก เมื่อความเสี่ยงเชิงนโยบายและเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ตลาดจึงเข้าสู่ภาวะ Risk-Off และลดการถือครองสินทรัพย์ผันผวนสูง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การบริหารความเสี่ยงและการประเมินภาพเศรษฐกิจมหภาค มีความสำคัญไม่แพ้การวิเคราะห์ปัจจัยเฉพาะของคริปโตเอง

ตลาดคริปโตกลับมาเผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะ Bitcoin ที่ปรับตัวลงหนักท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ปัจจัยสำคัญรอบนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยในอุตสาหกรรมคริปโตโดยตรง แต่เกิดจากแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองและการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ
เมื่อรัฐบาลของ Donald Trump ประกาศชัดว่าจะเดินหน้านโยบายกำแพงภาษีต่อ แม้จะถูกศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ชี้ว่ามาตรการบางส่วนขัดต่อกฎหมาย ความเคลื่อนไหวนี้ได้จุดชนวนความกังวลใหม่ให้กับตลาดการเงินทั่วโลก และสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายแรกของแรงขาย
ศาลสูงสุดตัดสิน แต่รัฐบาลไม่ถอย
ชนวนความผันผวนรอบนี้เริ่มต้นจากคำตัดสินของ Supreme Court of the United States ที่ชี้ว่าการใช้กฎหมายฉุกเฉิน (IEEPA) เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าในภาวะที่ไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ฝั่งรัฐบาลไม่ได้ถอยนโยบายกำแพงภาษี กลับปรับเครื่องมือทางกฎหมายแทน โดยอ้างอิงมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 15% ต่อทันที
ท่าทีนี้สะท้อนชัดว่านโยบายหลักไม่เปลี่ยน แม้กลไกทางกฎหมายจะต้องปรับใหม่ก็ตาม และสิ่งที่ตลาดรับรู้คือ “ความไม่แน่นอน” ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมประเด็นภาษีถึงกระทบ Bitcoin?
สำหรับนักเทรดคริปโต คำถามสำคัญคือ เหตุใดประเด็นสงครามการค้าจึงฉุดราคา Bitcoin ลงแรง
คำตอบอยู่ที่โครงสร้างของตลาดการเงินโลก
ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น
การขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกในวงกว้าง สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้า การผลิต และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อหรือเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมกัน ความเสี่ยงลักษณะนี้ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง
Bitcoin แม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ทางเลือก แต่ในภาวะ Panic มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Risk Asset และถูกขายเพื่อลดความเสี่ยงพอร์ต
สภาพคล่องในระบบมีแนวโน้มตึงตัว
เมื่อความตึงเครียดทางการค้าสูงขึ้น ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้การผ่อนคลายนโยบายการเงินทำได้ยากขึ้น สภาพคล่องที่ลดลงมักส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงโดยตรง
คริปโตเป็นหนึ่งในตลาดที่อ่อนไหวต่อสภาพคล่องมากที่สุด
ความไม่แน่นอนทางกฎหมายและนโยบาย
การที่ฝ่ายบริหารเลือก “เปลี่ยนเครื่องมือ” เพื่อรักษานโยบายเดิม แม้ถูกศาลตัดสินไปแล้ว สร้างภาพสะท้อนถึงความไม่แน่นอนเชิงสถาบัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดการเงินไม่ชอบอย่างยิ่ง
เมื่อกรอบกติกาดูไม่ชัดเจน นักลงทุนสถาบันมักลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงก่อนเป็นอันดับแรก
แรงเสียดทานทางการเมืองยิ่งซ้ำเติมความกังวล
สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อ Gavin Newsom ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยชี้ว่าการเดินหน้าสงครามการค้าต่อไปอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งในด้าน GDP และแรงกดดันเงินเฟ้อ
ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก ยิ่งเพิ่มระดับความไม่แน่นอน และสะท้อนสัญญาณว่าเสถียรภาพเชิงนโยบายอาจสั่นคลอนในระยะยาว
สำหรับตลาดทุน โลกไม่ชอบความคลุมเครือ และเมื่อความเสี่ยงเชิงโครงสร้างเพิ่มขึ้น เงินทุนมักไหลออกจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง
พฤติกรรมตลาด: หนีความเสี่ยงก่อน ตั้งหลักทีหลัง
ในภาวะที่ข่าวเชิงลบมีผลกระทบกว้าง ตลาดมักตอบสนองด้วยการ “ลดความเสี่ยง” (Risk-Off Mode)
นักลงทุนขายหุ้น ขายคริปโต
เพิ่มการถือเงินสด
โยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
แม้ในระยะยาว Bitcoin จะถูกบางส่วนมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากระบบการเงินดั้งเดิม แต่ในระยะสั้น เมื่อเกิดแรงกระแทกด้านสภาพคล่องและความเชื่อมั่น ราคามักตอบสนองเชิงลบก่อน
นี่คือเหตุผลที่เราเห็นการร่วงลงแรง แม้ปัจจัยพื้นฐานในอุตสาหกรรมคริปโตเองจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงโดยตรง
มุมมองสำหรับนักเทรดคริปโต
สถานการณ์นี้สะท้อนบทเรียนสำคัญ 3 ประการ
บริหารความเสี่ยงสำคัญกว่าทำนายทิศทาง
ข่าวการเมืองและนโยบายสามารถเปลี่ยนอารมณ์ตลาดได้รวดเร็ว การตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และการกำหนดขนาดสถานะ (Position Sizing) อย่างเหมาะสมจึงจำเป็น
อย่ามองคริปโตแยกขาดจากเศรษฐกิจโลก
แม้ Bitcoin จะมี Narrative เรื่องความเป็นอิสระจากรัฐ แต่ในทางปฏิบัติยังคงเชื่อมโยงกับกระแสเงินทุนโลกอย่างใกล้ชิด
ความผันผวนคือทั้งความเสี่ยงและโอกาส
นักเทรดระยะสั้นอาจมองความผันผวนเป็นโอกาส ขณะที่นักลงทุนระยะยาวควรประเมินภาพใหญ่ของเศรษฐกิจและสภาพคล่องควบคู่กัน
บทสรุป
การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้ากำแพงภาษีต่อ แม้ถูกศาลสูงสุดชี้ขาดไปแล้ว ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อความเชื่อมั่นทั่วโลก ความตึงเครียดทางการค้า ความไม่แน่นอนทางกฎหมาย และความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจกลับมา ล้วนเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
Bitcoin จึงไม่ได้ร่วงเพราะปัจจัยเฉพาะตัวของคริปโต แต่ร่วงเพราะมันอยู่ในสมการของ “ความเสี่ยงโลก”
สำหรับนักเทรด คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “ราคาจะลงอีกไหม” แต่คือ “พอร์ตของคุณรับมือกับความผันผวนระดับนี้ได้หรือไม่”
ขอบคุณข้อมูลจาก siamblockchain.
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
