เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ราคาทองคําได้รับแรงหนุนหลักจากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์


- WikiFX รวมรวบข่าวสาร Forex ทั่วโลกไว้ในทีเดียว ซึ่งจะทำให้คุณไม่พลาดข่าวสำคัญต่างๆที่ผลต่อตลาด Forex รวมถึงใครสนใจอยากหาความรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ สามารถอ่านได้ในเว็บไซต์ WikiFX และคลิกที่หมวดการเรียนรู้

อย่าตกเป็นเหยื่อโบรกเกอร์เถื่อน ดาวน์โหลดแอพ WikiFX เพื่อรับการแจ้งเตือนข่าวสารวงการForex
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนหลักจากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ขอกมาแย่เกินคาด อาทิ การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างดิ่งลง 1.15% ในเดือนมิ.ย. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% และ ดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐจากเอสแอนด์พี โก ลบอลปรับตัวลงสู่ระดับ 52.2 ในเดือนก.ค. แตะระดับต่ําสุดในรอบ 2 ปี ส่วนดัชนีภาคการผลิตจาก ISM ร่วงลงสู่ระดับ 52.8 ในเดือนก.ค. แตะระดับต่ําสุดในรอบ 2 ปีเช่นกัน ตัวเลขดังกล่าวยิ่ง ตอกย้ําการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)จะ “ชะลอ” การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดอลลาร์และหนุนราคาทองคํา นอกจากนี้ทองคํายังได้รับแรง หนุนเพิ่มจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ร่วงลงต่อแตะระดับต่ําสุดในรอบ 4 เดือนที่ 2.532% จนเป็นปัจจัยหนุนทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบ ของดอกเบี้ยเพิ่ม ประกอบกับเกิดความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ หลังจากสื่อไต้หวันรายงานว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ อาจเดินทางถึงไต้หวัน ในคืนวันอังคาร ก่อนที่จะเข้าพบกับประธานาธิบดีใช่ ยิ่งเหวินของไต้หวันในวันพุธ ขณะที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เตือนว่า จีนจะทําการ “ฝัง” ผู้บุกรุกและละเมิดอธิปไตยของจีน ปัจจัยนี้กระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นั่นทําให้ทองคําพุ่งขึ้นวานนี้ และพุ่งขึ้นต่อในช่วงเช้าวันนี้ของตลาดเอเชียแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,780.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้าน กองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยJOLTS Job Openings ของสหรัฐ
แม้ว่าราคาจะทรงตัวในระดับสูงแต่การปรับตัวขึ้นอยู่ในระดับจำกัด หากราคายังไม่สามารถเหนือระดับ 1,784-1,786 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงช่วงสั้น หากสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อเข้ามาพยุง ราคามีการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง แต่หากยืน เหนือแนวรับแรกไม่ได้ ราคามีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับถัดไปโซน 1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คําแนะนํา เปิดสถานะขาย $1,784-1,786
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,758-1,741
ตัดขาดทุนตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,803
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์

การบริหารการเงินส่วนบุคคลเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้บุคคลสามารถจัดการรายรับ รายจ่าย การออม และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะสามารถสร้างรายได้หรือกำไรจากการลงทุนได้มาก แต่หากขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ก็อาจทำให้เกิดปัญหาทางการเงินในอนาคตได้ แนวคิดหลักของการบริหารเงินประกอบด้วยการเตรียมเงินสำรองรับความเสี่ยง การควบคุมการใช้จ่าย การนำเงินออมไปลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่า และการรักษาระดับความมั่งคั่งในระยะยาว ผ่านขั้นตอนสำคัญ เช่น การกำหนดเป้าหมายทางการเงิน วิเคราะห์สถานะทางการเงิน และการจัดทำแผนการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและบรรลุเป้าหมายชีวิตได้อย่างยั่งยืน.

การเทรดใน Foreign Exchange Market ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน หากมีการวางแผนและมีวินัย นักเทรดสามารถใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีต่อวันในการวิเคราะห์ตลาด วางแผนจุดเข้า–ออก และจัดการคำสั่งซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยการติดตามข่าวเศรษฐกิจ การเลือกสินทรัพย์ที่มีความผันผวนเหมาะสม การกำหนดขนาดสถานะ และการติดตามผลการเทรด กลยุทธ์ที่เหมาะกับการใช้เวลาสั้น ๆ ได้แก่ การเทรดแบบ Swing การเทรดรายวัน และการใช้ระบบอัลกอริทึม ซึ่งช่วยให้นักเทรดสามารถบริหารเวลาและเพิ่มโอกาสทำกำไรได้แม้มีเวลาจำกัด.

การเทรดใน Foreign Exchange Market มีหลายรูปแบบตามสไตล์และเวลาของนักเทรด โดย Swing Trading และ Scalping Trading เป็นสองกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูง โดย Swing Trading เน้นการถือสถานะระยะกลางตั้งแต่ 1 วันถึงหลายวัน เพื่อเกาะแนวโน้มของตลาด เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถเฝ้ากราฟตลอดเวลา ขณะที่ Scalping Trading เน้นทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้นมากภายในวัน ต้องอาศัยการตัดสินใจรวดเร็วและการเฝ้าหน้าจออย่างต่อเนื่อง ทั้งสองกลยุทธ์มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์การเทรด ระดับประสบการณ์ และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของนักเทรดแต่ละคน.