ทองคำย่อตัวก่อนข่าวใหญ่ จับตาเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และ CPI ตัวแปรชี้ทิศตลาด
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:สรุป ราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 522 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างวันราคาทองคําเคลื่อนไหวในกรอบจํากัดก่อนการเปิดเผยตัวเลขในตลาดแรงงานของสหรัฐ
สรุป ราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 522 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างวันราคาทองคําเคลื่อนไหวในกรอบจํากัดก่อนการเปิดเผยตัวเลขในตลาดแรงงานของสหรัฐ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า อัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.99% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2020 และต่ํากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.1% ส่วนค่าจ้างรายชั่วโมงโดย เฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี

ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องและยาจใกล้ ระดับการจ้างงานเต็มประสิทธิภาพซึ่งเป็นเป้าหมายสําคัญของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดงบดุลในปีนี้ นั่นทํา

ให้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่มกราคม 2020 ที่ 1.801% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของ ตอกเบี้ยให้อ่อนตัวลงทดสอบระดับต่ําสุดในรอบ 3 สัปดาห์บริเวณ 1,78252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี การอ่อนตัวลงของราคาทองคําเป็นไปอย่างจํากัด ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาทองคําอยู่ ภาวะขายมากเกินไป ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 199,000 ตําแหน่งในเดือนธ.ค. ซึ่งต่ํากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 422,000 ตําแหน่ง นั่นทําให้ดัชนี ดอลลาร์ขยับอ่อนค่าลง 0.61% และเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้เกิดแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาทองคําเอาไว้อีกทางหนึ่ง ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -1.74 ต้น สําหรับวันนี้ ติดตามการ เปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งของสหรัฐ
หากราคายังไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,800-1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นการย่อตัวของราคาลงเพื่อสร้างฐานราคา ซึ่ง หากราคาพยายามทรงตัว หรือ หากราคายืนเหนือโซนแนวรับ 1,778-1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทำให้เห็นการดีดตัวขึ้นเพื่อพยายาม ทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

คําแนะนํา เปิดสถานะขาย 1,807-1,800
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,778-1,776
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสกานะขายหากผ่าน $1,821
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

บทความนี้อธิบายการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ที่หลุดระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาทองคำ Gold ปรับตัวลดลงตาม จากการคลี่คลายของความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง เนื้อหาชี้ให้เห็นถึงกลไกเดียวกันที่เชื่อมโยงทั้งสองตลาด พร้อมผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต้นทุนนำเข้าและราคาทองคำในประเทศ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางต่อไปยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานและข้อมูลการส่งออกน้ำมันในระยะสั้น

บทความนี้สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่เพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน โดย Gold ปรับตัวลดลง ขณะที่ Crude Oil ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากความเสี่ยงสู่ประเด็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ยิ่งซ้ำเติมแรงขายในตลาดทอง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาค เช่น สงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม และช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ไม่แน่นอน