logo |

ข้อมูลข่าวสาร

    หน้าแรก   >     เศรษฐกิจ    >     บทความ

    แนะนำ 4 เหรียญคริปโตสัญชาติไทยที่กำลังมาแรง

    บทคัดย่อ:การลงทุนกับเหรียญดิจิตอลไทยนี้ สามารถให้ผลตอบแทนดีและมีมูลค่าไม่แพ้ของต่างประเทศ วันนี้จะมาพูดถึงว่ามีเหรียญคริปโตสัญชาติไทยเจ้าไหนบ้าง
    1.1.jpg

      การเทรด Bitcoin หรือ คริปโต สมกับเป็นการลงทุนสมัยใหม่ที่เหมาะกับคนยุคใหม่ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าปัจจุบันการลงทุนเหรียญดิจิตอลไทย หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อคือ Cryptocurrency ของคนไทยที่มีให้เลือกมากมาย อีกทั้งมีมูลค่าไม่เบาเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับเงินดิจิตอลสกุลต่างประเทศ

      กระแส cryptocurrency ในประเทศไทย นั้นยังแรงอย่างต่อเนื่อง และเริ่มการขยับขยายฐานกลุ่มผู้ลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคน Gen Z และคนเพิ่งเริ่มทำงานที่ไม่ยึดติดกับการถือครองสินทรัพย์เหมือนคนยุคก่อน ๆ ที่มักลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านหรือคอนโดมากกว่า

      การลงทุนกับเหรียญดิจิตอลไทยนี้ สามารถให้ผลตอบแทนดีและมีมูลค่าไม่แพ้ของต่างประเทศ วันนี้จะมาพูดถึงว่ามีเหรียญคริปโตสัญชาติไทยเจ้าไหนบ้าง

      1.OmiseGo (OMG) เหรียญคริปโตไทย

    1.png

      อีกหนึ่ง cryptocurrency ของคนไทยที่ได้รับการก่อตั้งโดย คุณอิศราดร หะริณสุต โดยการริเริ่มบริษัท Omise ร่วมกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น คือ คุณจุน ฮาเซกาว่า ซึ่งแรกเริ่มบริษัทมีการระดมทุนจากเวนเจอร์แคปปิตอลอยู่หลายครั้ง ก่อนจะสามารถดำเนินการเปิดการระดมทุนด้วยการเสนอขาย ICO ช่วงกลางปี 2560 ในชื่อ OmiseGO (OMG)

      เหรียญดิจิตอลไทยเหรียญนี้ มีรูปแบบการใช้งานที่เป็นเงินดิจิตอล โดยโปรเจคของ OmiseGO จะสามารถสร้างแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนและการเทรดซึ่งมีมูลค่าและการชำระเงินแบบไร้ศูนย์กลาง หรือการชำระผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ทันที ซึ่งสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน ที่มีความต้องการเทรดเหรียญดิจิตอลไทยได้เป็นอย่างดี

      และในปัจจุบัน OmiseGo นับว่าเป็นอีกบริษัทนำร่อง ที่สามารถดำเนินการโดยคนไทย และสามารถระดมทุนด้วยการเสนอขาย ICO ที่มีมูลค่าตลาดสูงติดอันดับ ท็อป 50 ของโลก

      2.JFinCoin (JFIN) เหรียญดิจิทัลไทย

    2.jpg

      Cryptocurrency ของคนไทยอีกหนึ่งรายการ ที่มีการนำเสนอขายโดยบริษัท เจเวนเจอร์ส โดยมีคุณธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ เป็น CEO และมีทีมงานหลักช่วยเหลือในการบริหาร ด้วยบริษัทซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JMART ภายใต้การกำกับและดูแลของคุณอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ผู้ถือหุ้นใหญ่ของเจมาร์ท บริษัทด้านการเงินที่หลาย ๆ ท่านคุ้นเคย ด้วยความน่าเชื่อถือและด้วยเงินลงทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

      เหรียญดิจิตอลไทยรายการนี้ เป็นโทเคนเพื่อการใช้ประโยชน์ในสินค้าและบริการ โดยเจมาร์ทได้ดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์มการให้กู้ยืมเงินออนไลน์บนระบบบล็อกเชน ซึ่งในโทเคนเป็นตัวกลางในการดำเนินการและเพื่อการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ ซึ่งในประเทศไทยนั้น มีการเทรดอยู่ในเว็บชั้นนำ อาทิ Satang Pro และ BITKUB

      3.SixNetwork (SIX) เหรียญ Cryptocurrency ของคนไทย

    3.jpg

      เหรียญดิจิตอลไทย SixNetwork เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มธุกิจที่ดำเนินการซื้อ ขาย ICO 3 กลุ่มด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นกลุ่มของคนไทย และที่สำคัญคือ ผู้ก่อตั้งและผู้ดำเนินการเป็นคนไทย คือ คุณวัชระ เอมวัฒน์ คุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ โดยดำเนินการเสนอขาย ICO ในชื่อ SIC Token

      และด้วยแนวคิดการพัฒนา SixNetwork ให้เป็นเหรียญดิจิตอลไทยที่เป้นสกุลเงินดิจิตอลเต็มตัว ด้วยการนำข้าสู่ระบบการใช้จ่ายบนแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ เช่นเดียวกันการดำเนินการซื้อขายในตลาดต่างประเทศ โดยตั้งเป้าไว้ที่กลุ่มลูกค้ากว่า 40 ล้านคน และในประเทศไทย SIX Token นั้นมีการดำเนินการซื้อขายอยู่ที่กระดานของ BITKUB โดยในช่วงเปิดตลาด ซื้อขายนั้น เหรียญดิจิตอลไทยนี้ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและเหล่านักซื้อขายโทเคนจากทั่วโลกเลยทีเดียว

      4.Kub Coin(Bitkub) เหรียญ Cryptocurrency ของคนไทย

    4.jpg

      Bitkub Coin (KUB) คือ Native Coin ที่มีหน้าที่เป็น Utility Coin บน Bitkub Chain เครือข่ายบล็อกเชนที่พัฒนาขึ้น โดย บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งลูกค้าบนกระดานซื้อขาย Bitkub.com สามารถนำเหรียญ KUB (ในเวอร์ชั่น V1) ไปแลกเป็น Fee Credit เพื่อลดค่าธรรมเนียมในการซื้อขายบนกระดานเทรดของ Bitkub ได้

      ขณะเดียวกัน ทางผู้พัฒนาที่สนใจสร้างแอพพลิเคชันบน Bitkub Chain ก็สามารถใช้เหรียญ KUB เป็น Gas Fee หรือเป็นค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนได้เช่นกัน

    Screen

    ข่าวล่าสุด

    ระวังความเสี่ยง

    ข้อมูลของ WikiFX มีที่มาจากข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเช่น UK FCA, ออสเตรเลีย ASIC เป็นต้น โดยเนื้อหาที่เผยแพร่นั้นขึ้นอยู่กับความยุติธรรมความเป็นกลางและความจริงจากข้อเท็จจริง โดยทาง WikiFX ไม่คิดค่าธรรมเนียมการประชาสัมพันธ์ค่าธรรมเนียมการโฆษณา ค่าธรรมเนียมการจัดอันดับ ค่าธรรมเนียมสีเทา ทาง WikiFX จะพยายามและตั้งใจอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสอดคล้องและเข้ากันของข้อมูลกับแหล่งข้อมูลอื่นๆ เช่นหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหลายนั้นอาจจะไม่มีการเข้ากันได้ในแบบเรียลไทม์เสมอไป

    ในมุมมองของความสลับซับซ้อนของอุตสาหกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่นับว่าผู้ค้าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแต่ละรายจะได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายของหน่วยงานกำกับดูแลผ่านทางการหลอกลวง หากข้อมูลที่เผยแพร่โดย WikiFX ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงโปรดส่งให้เราผ่านฟังก์ชั่น“ ร้องเรียน” และ“ การแก้ไขการแก้ไข” ของ WikiFX เราจะตรวจสอบและยืนยันในเวลาและเผยแพร่ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง

    Forex, โลหะมีค่าและ CFDs (OTC OTC) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการยกระดับซึ่งมีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินลงทุนของคุณโปรดลงทุนอย่างมีเหตุผล

    หมายเหตุ*** ข้อมูลที่ระบุไว้ใน WikiFX มีไว้สำหรับอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นการแนะนำการลงทุน หมายเหตุ*** ข้อมูลที่ระบุไว้ใน Forex Eyes มีไว้สำหรับอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นการแนะนำการลงทุนขอให้ท่านลูกค้าโปรดใช้วิจารณญาณในการเลือกโบรกเกอร์ และคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากเทรดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ WikiFX