logo |

ข้อมูลข่าวสาร

    หน้าแรก   >     เศรษฐกิจ    >     บทความ

    รู้จัก Jim Chanos นัก short sell ที่ทำกำไรหมื่นล้าน จากคดี Enron

    บทคัดย่อ: การ “short sell” อธิบายง่ายๆ คือการยืมหุ้นของบริษัทหนึ่งมาขาย ซึ่งมันสามารถทำกำไรได้มาก ถ้าหากว่าในอนาคตอันใกล้ ราคาหุ้นของบริษัทนั้นลดต่ำลงอย่างมาก

      การ “short sell” อธิบายง่ายๆ คือการยืมหุ้นของบริษัทหนึ่งมาขาย

      ซึ่งมันสามารถทำกำไรได้มาก ถ้าหากว่าในอนาคตอันใกล้ ราคาหุ้นของบริษัทนั้นลดต่ำลงอย่างมาก

      และถ้าพูดถึงเจ้าพ่อแห่งการ short sell

      “Jim Chanos” คงเป็นหนึ่งคนที่ต้องพูดถึง

      เขาคนนี้ คือคนที่ทำการ short sell หุ้นของบริษัท Enron

      อดีตบริษัทด้านพลังงานยักษ์ใหญ่ของโลก

      จนสามารถทำกำไรหลัก “หมื่นล้านบาท”

      Jim Chanos คนนี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างไร?

      ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

      Jim Chanos เกิดในปี 1957 ที่รัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา

      ครอบครัวของเขาเป็นชาวยิว ที่อพยพมาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกา

      โดยคุณพ่อและคุณแม่ของเขาทำธุรกิจร้านซักแห้ง

    1.jpg

      Jim Chanos จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์และการเมืองจาก Yale University

      และเริ่มทำงานเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในปี 1982 ก่อนที่จะมาทำงานเป็นนักวิเคราะห์ในเวลาต่อมา

      โดยความถนัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาวุธลับของเขา คือ การวิเคราะห์บริษัทที่พื้นฐานดีเกินกว่าความเป็นจริงเพื่อทำการ “short sell” หรือ ก็คือ การยืมหุ้นมาขายที่ราคาสูง แล้วรอซื้อหุ้นตัวนั้นในราคาต่ำ

      ปี 1985 เขาได้ก่อตั้ง Kynikos Associates

      ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในธุรกรรม short sell

      โดยกลยุทธ์การลงทุนของเขาคือ มองหาความผิดปกติหรือความไม่ชอบมาพากลในงบการเงินของบริษัทต่างๆ เพื่อทำการ short sell หุ้นของบริษัทนั้นนั่นเอง

      ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ บริษัท “Enron” บริษัทพลังงาน ที่ฮอตที่สุดของสหรัฐอเมริกาในช่วงระหว่างปี 1996-2000

      Enron ก่อตั้งขึ้นในปี 1985

      โดยกลยุทธ์ของบริษัท คือ การเข้าไปซื้อบริษัทต่างๆ

      เพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมพลังงานหลากหลายรูปแบบ

      โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซ ไฟฟ้า รวมไปถึงธุรกิจสื่อสาร และธุรกิจผลิตเยื่อกระดาษ

      ช่วงก่อนที่จะล้มละลาย Enron เคยมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 2 ล้านล้านบาท

      ด้วยมูลค่ามากระดับนั้น ทำให้ Enron ถูกจัดให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ 7

      รวมทั้งยังเคยได้รับการโหวตให้เป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมดีเด่นที่สุด 6 ปีซ้อน ในช่วงระหว่างปี 1996-2001

      ในช่วงระหว่างปี 1996-2000 รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด

      โดยเพิ่มขึ้นจาก 400,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 3,000,000 ล้านบาท

      เพิ่มขึ้น 750% ในระยะเวลาแค่ 5 ปี

      Jeffrey Skilling อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท

      เคยบอกกับนักลงทุน และนักวิเคราะห์ว่า

      “ธุรกิจของเราไม่มีอะไรให้ต้องสงสัย Enron ทำธุรกิจง่ายๆ และชัดเจน ใครที่ยังสงสัยในธุรกิจของ Enron แสดงว่า เป็นคนที่ไม่เคยรู้จักเราอย่างแท้จริง”

      ในตอนนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงไว้วางใจ

      และให้ความเชื่อมั่นในการเติบโตของ Enron

      แต่ Jim Chanos กลับไม่คิดเช่นนั้น

      เขาเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า จริงๆ แล้ว Enron อาจไม่ได้มีรายได้มากมายมหาศาลอย่างที่เห็น

      และเบื้องหลังธุรกิจของ Enron ก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่หลายคนคิด

      หลังจากที่เขาวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ผ่านงบการเงินของบริษัท พฤติกรรมการทยอยขายหุ้นของผู้บริหารในเวลานั้น และข้อมูลเชิงลึกอีกหลายอย่าง

      เขาก็เริ่มมั่นใจแล้วว่า ข้อสังเกตที่เขาตั้ง มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ..

      เพราะแท้จริง Enron ไม่ได้มีทรัพย์สินอย่างโรงไฟฟ้า และท่อส่งก๊าซอย่างที่บริษัทกล่าวอ้าง เพราะแท้จริงแล้ว Enron เป็นเพียงธุรกิจที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ผู้ที่ต้องการซื้อขายสินค้าด้านพลังงานเท่านั้น

      ที่สำคัญ Enron ยังทำการตกแต่งงบการเงิน รวมทั้งบันทึกผลกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นผลกำไรจริง

      พอเรื่องเป็นแบบนี้ Jim Chanos จึงเริ่มทำการ short sell หุ้นของ Enron ในช่วงที่ราคาหุ้น Enron อยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น แม้ว่าช่วงนั้นนักวิเคราะห์หลายรายที่ยังคงเชื่อมั่นใน Enron จะคาดการณ์กันว่าราคาหุ้นของ Enron จะขึ้นไปถึง 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

      แต่แล้วความจริงทุกอย่างก็เปิดเผย..

      Enron ไม่ได้มีรายได้และกำไรตามที่บันทึกไว้จริงๆ

      ทำให้ราคาหุ้น ปรับลดลงจนเหลือเพียง 0.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นในวันสุดท้ายของการซื้อขาย

      โดยที่ Jim Chanos ทำกำไรจากการ short sell หุ้น Enron ในครั้งนี้ ไปกว่า 15,000 ล้านบาท

      การล้มละลายของ Enron ในเวลานั้น เป็นการล้มละลายที่มีมูลค่าสูงสุดของสหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่ากว่า 2.2 ล้านล้านบาท และทำให้พนักงานเกือบ 3 หมื่นคน ต้องตกงานทันที

    2.png

      บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้

      คือการทำธุรกิจอะไรก็ตามถ้ามันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

      สุดท้ายมันก็จะจบไม่สวยแบบกรณี Enron อยู่ดี

      และมันก็มีคนที่คอยจ้องจะจับผิดธุรกิจที่ไม่สุจริตแบบนี้เสมอแบบ “Jim Chanos”..

      ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

      บริษัทที่ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีให้ Enron ในเวลานั้นชื่อว่า Arthur Andersen ซึ่งอดีตเคยเป็น “Big 5” แห่งวงการตรวจสอบบัญชีระดับโลก

      โดย Arthur Andersen ได้ร่วมรู้เห็นเป็นใจในการอนุมัติงบการเงินให้แก่ Enron จนนำมาซึ่งหายนะของบริษัทในเวลานั้น

      สุดท้าย Arthur Andersen ก็ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตรวจสอบบัญชีและปิดกิจการลงในที่สุด จึงทำให้เหลือเพียงแค่บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกอย่าง PricewaterhouseCoopers (PwC), Deloitte, EY และ KPMG ที่เรารู้จักกันในชื่อ “Big 4” ในทุกวันนี้นั่นเอง..

    Screen

    ข่าวล่าสุด

    Thai Baht

    • United Arab Emirates Dirham
    • Australia Dollar
    • Canadian Dollar
    • Swiss Franc
    • Chinese Yuan
    • Danish Krone
    • Euro
    • British Pound
    • Hong Kong Dollar
    • Hungarian Forint
    • Japanese Yen
    • South Korean Won
    • Mexican Peso
    • Malaysian Ringgit
    • Norwegian Krone
    • New Zealand Dollar
    • Polish Zloty
    • Russian Ruble
    • Saudi Arabian Riyal
    • Swedish Krona
    • Singapore Dollar
    • Thai Baht
    • Turkish Lira
    • United States Dollar
    • South African Rand

    United States Dollar

    • United Arab Emirates Dirham
    • Australia Dollar
    • Canadian Dollar
    • Swiss Franc
    • Chinese Yuan
    • Danish Krone
    • Euro
    • British Pound
    • Hong Kong Dollar
    • Hungarian Forint
    • Japanese Yen
    • South Korean Won
    • Mexican Peso
    • Malaysian Ringgit
    • Norwegian Krone
    • New Zealand Dollar
    • Polish Zloty
    • Russian Ruble
    • Saudi Arabian Riyal
    • Swedish Krona
    • Singapore Dollar
    • Thai Baht
    • Turkish Lira
    • United States Dollar
    • South African Rand
    อัตราแลกเปลี่ยนในขณะนี้  :
    --
    กรุณาใส่จำนวนเงิน
    Thai Baht
    จำนวนเงินที่สามารถแลกได้
    -- United States Dollar
    ระวังความเสี่ยง

    ข้อมูลของ WikiFX มีที่มาจากข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเช่น UK FCA, ออสเตรเลีย ASIC เป็นต้น โดยเนื้อหาที่เผยแพร่นั้นขึ้นอยู่กับความยุติธรรมความเป็นกลางและความจริงจากข้อเท็จจริง โดยทาง WikiFX ไม่คิดค่าธรรมเนียมการประชาสัมพันธ์ค่าธรรมเนียมการโฆษณา ค่าธรรมเนียมการจัดอันดับ ค่าธรรมเนียมสีเทา ทาง WikiFX จะพยายามและตั้งใจอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสอดคล้องและเข้ากันของข้อมูลกับแหล่งข้อมูลอื่นๆ เช่นหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งนี้ข้อมูลทั้งหลายนั้นอาจจะไม่มีการเข้ากันได้ในแบบเรียลไทม์เสมอไป

    ในมุมมองของความสลับซับซ้อนของอุตสาหกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่นับว่าผู้ค้าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแต่ละรายจะได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายของหน่วยงานกำกับดูแลผ่านทางการหลอกลวง หากข้อมูลที่เผยแพร่โดย WikiFX ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงโปรดส่งให้เราผ่านฟังก์ชั่น“ ร้องเรียน” และ“ การแก้ไขการแก้ไข” ของ WikiFX เราจะตรวจสอบและยืนยันในเวลาและเผยแพร่ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง

    Forex, โลหะมีค่าและ CFDs (OTC OTC) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการยกระดับซึ่งมีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลให้สูญเสียเงินลงทุนของคุณโปรดลงทุนอย่างมีเหตุผล

    หมายเหตุ*** ข้อมูลที่ระบุไว้ใน WikiFX มีไว้สำหรับอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นการแนะนำการลงทุน หมายเหตุ*** ข้อมูลที่ระบุไว้ใน Forex Eyes มีไว้สำหรับอ้างอิงเท่านั้นและไม่ถือเป็นการแนะนำการลงทุนขอให้ท่านลูกค้าโปรดใช้วิจารณญาณในการเลือกโบรกเกอร์ และคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากเทรดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ WikiFX